นายกเมืองพัทยา เผยแนวทางแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย อนาคตจะแยกน้ำดี-น้ำเสีย เพื่อง่ายต่อการส่งบำบัด

0
251
นายสมภพ วันดี ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา ชี้แจงระบบบำบัดน้ำเสียเก่า เครื่องจักรชำรุดหลายชิ้นส่งผลให้เกิดข่าวสะเทือนโซเชียลชายหาดพัง น้ำเสียทะลักลงทะเล ช่วงก่อนหน้านี้
นายสมภพ วันดี ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา ชี้แจงระบบบำบัดน้ำเสียเก่า เครื่องจักรชำรุดหลายชิ้นส่งผลให้เกิดข่าวสะเทือนโซเชียลชายหาดพัง น้ำเสียทะลักลงทะเล ช่วงก่อนหน้านี้

เมื่อ 22 สิงหาคม 60 ที่ โรงแรมแกรนด์โซเล่ห์ พัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย รองประธานสมาคม PBTA เป็นประเปิดการประชุมสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในเมืองพัทยา โดยมีคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ ตัวแทน จากเมืองพัทยา  สภ.เมืองพัทยา และผู้ประกอบการ เข้าร่วมประชุม

โดยเข้าสู่วาระการประชุมที่ 1 นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย รองประธานสมาคม PBTA กล่าวถึงเหตุการณ์ฝนตกอย่างหนักในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 60 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เมืองพัทยาเกิดสภาวะน้ำท่วมขังสูงหลายแห่ง เมืองพัทยาจึงเร่งสูบระบายน้ำลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาไม่ให้ประชาชนเดือนร้อน แต่กลับพบว่าน้ำที่เมืองพัทยาสูบลงทะเล มีปริมาณน้ำเสีย ที่เอ่อล้นออกจากท่อน้ำทิ้งปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบทำให้ชายหาด และน้ำทะเลในบริเวณสถานีสูบน้ำเสียพัทยาใต้มีสีดำ รวมทั้งมีเศษใบไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยถูกคลื่นพัดมาติดอยู่บนหาดทรายเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นตกใจในสังคมโซเชียล

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักการช่างสุขาภิบาล ลงพื้นที่หาดพัทยาใต้ สำรวจพื้นที่เกิดปัญหาน้ำเสียลงทะเล พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเล ในช่วงที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักการช่างสุขาภิบาล ลงพื้นที่หาดพัทยาใต้ สำรวจพื้นที่เกิดปัญหาน้ำเสียลงทะเล พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเล ในช่วงที่ผ่านมา

ทางด้าน นายสมภพ วันดี ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ชี้แจงในที่ประชุมถึงสาเหตุที่ส่งผลให้เมืองพัทยา ต้องเร่งระบายน้ำออกบริเวณสถานีสูบน้ำเสียพัทยาใต้ เนื่องจากอุปกรณ์เพลาปั๊มของสถานีสูบน้ำ ( PS1 ) บนถนนพัทยาสาย 3 ขาด จึงไม่สามารถสูบน้ำเสียไปยังโรงบำบัดซอยหนองใหญ่ได้ทันท่วงที เพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีจำนวนมากเกิดขีดความสามารถที่ระบบท่อจะรองรับไหว รวมทั้งในช่วงเวลาฝนตกยังมีอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนสูงเกือบ 3  เมตร น้ำจึงไม่สามารถไหลระบายได้ตามธรรมชาติ เมืองพัทยาจึงจำเป็นต้องนำรถสูบน้ำ ขนาดความสูบ 5000 ลบ.ม. มาช่วยสูบลงทะเล ส่งผลให้มีขยะ และเศษใบไม้ปะปนรวมไปด้วย จนปรากฎเป็นภาพปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดปัญหา เมืองพัทยาได้ดำเนินการซ่อมแซมเพลาปั๊มของสถานีสูบน้ำ ( PS1 ) ทันที จนปัจจุบันกลับมาใช้งานได้ตามปกติ พร้อมทั้งขุดลอกทำความสะอาดพวกตะกอนที่ตกค้างอยู่ในบ่อพักน้ำ และติดตั้งตาข่ายที่ปลายท่อส่งน้ำ เพื่อดักเศษขยะก่อนระบายสู่ท้องทะเล นอกจากนี้ยังเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เก็บขยะ และทำความสะอาดชายหาดต่อเนื่องเพื่อเป็นการลดปัญหา

และหลังจากที่กระแสทางด้านลบได้กระจายไปในโลกออนไลน์ ล่าสุดคณะคณะกรรมาธิการ การทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงได้รุดมาเยี่ยมเมืองพัทยา เพื่อติดตาม และรับทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น  ปรากฏว่าหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ว่าน้ำเสียที่ไหลทะลักลงทะเลมีผลกระทบต่อน้ำทะเลหรือไม่ พบว่ามีเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอยู่บริเวณสถานีสูบน้ำพัทยาใต้ จากจำนวนน้ำทะเล 20 ตัวอย่างที่เก็บมาตรวจสอบ  มีเชื้อแบคทีเรียโครีฟอร์มเกินค่ามาตรฐาน จำนวน 1,700 ยูนิต (ค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 1,000 ยูนิต) และได้นำข้อเท็จจริงสรุปรวมเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โรงบำบัดน้ำเสียที่ใช้งานอยู่  มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากทั้ง 2 แห่ง โดยโรงบำบัดน้ำเสียซอยวัดบุณกัญจนาราม อายุ 17 ปี รับน้ำได้ 65,000 ลบ.ม.ต่อวัน และโรงบำบัดน้ำเสีย ซอยหนองใหญ่ มีอายุการใช้งานแล้ว 23 ปี รับน้ำได้เพียง 43,000 ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้ที่ผ่านมาต้องปรับปรุงซ่อมแซมอยู่เสมอ จึงไม่สามารถใช้งานโรงบำบัดทั้ง 2 โรงนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับระบบท่อน้ำเสียของเมืองพัทยา ยังเป็นระบบเก่าที่ไม่ได้มีการแยกท่อน้ำดีออกจากน้ำเสีย เมื่อมีปริมาณฝนตกลงมา น้ำดีจึงมักไปรวมกับน้ำเสียจนกระทั่งระบบท่อรองรับไม่ไหว เอ่อล้นออกมาท่วมขังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ในที่ประชุมวันที่ 23 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา พลตํารวจตรี อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ชี้แจงถึงปัญหาที่เมืองพัทยาต้องเผชิญแล้ว ยังได้กล่าวถึงแนวทางการจัดการต่อไปในอนาคต ซึ่งเมืองพัทยาเตรียมเสนอของบประมาณสนับสนุนจากโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ ECCจำนวน 458 ล้านบาท เพื่อเข้ามาแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ และขยายระบบรวบรวมน้ำเสียของโรงบำบัดทั้ง 2 แห่ง ให้สามารถรองรับน้ำเสียได้สูงถึง 150,000 ลบ.ม.ต่อวัน อันเป็นแนวทางการแก้ไขในระยะยาว ซึ่งเมืองพัทยาคาดว่าจะสามารถใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 10 ปี พร้อมทั้งยังมี อจน. หรือ(องค์การจัดการน้ำเสีย)  เข้ามาให้การสนับสนุนแผนงานในการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา

ซึ่งเป็นแผนงานที่จะเข้ามาช่วยเมืองพัทยา ยกระดับความสามารถของระบบบำบัดน้ำเสีย ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการร่างบันทึกข้อตกลง หากเมืองพัทยาพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยก็จะดำเนินการทำ MOA ทันที เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณ พร้อมกับทำมาสเตอร์แพลน นอกจากนี้เรายังได้กำหนดมาตรฐาน ในเรื่องของการควบคุมน้ำเสียออกมาช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานได้ง่ายขึ้น โดยเราจะกำหนดให้สถานประกอบการต้องส่งผลการบำบัดน้ำเสียร่วมด้วย เมื่อต้องการต่อใบอนุญาตดำเนินการ และในอนาคตเราเตรียมที่จะสนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นใดก็ตาม สามารถเสนอโครงการเปลี่ยนระบบท่อจากเดิมที่รับน้ำรวมทั้งน้ำดีน้ำเสีย เป็นการก่อสร้างท่อระบายน้ำใหม่ โดยแยกท่อน้ำดี ออกจากน้ำเสีย เพื่อง่ายต่อการควบคุม และจัดการน้ำเสียได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมกับจะนำข้อมูลที่ได้ไปรายงานความคืบหน้า และแนวทางการแก้ไขเสนอกับต่อรัฐบาลต่อไป .