นายกเมืองพัทยาแก้ปัญหา กลุ่มวิสาหกิจผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ไม่โปร่งใส่ในการบริหารกลุ่ม

0
225

วราพร ใจกุศล

เมื่อ 16 พฤษภาคม 60  ที่ศูนย์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เมืองพัทยา  พล.ต.ต.อนันต์  เจริญชาศรี  นายกเมืองพัทยา  ได้ลงพื้นที่พบปะกับคณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์เมืองพัทยา  หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนผ่านตัวแทนกลุ่มถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดทุน  โดยนายกเมืองพัทยาได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชน  ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ และการบริหารงานของกลุ่มในปัจจุบัน

สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์เมืองพัทยา  ได้รวมกลุ่มและก่อตั้งมาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2559  โดยมีคณะกรรมการ 9 คนที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกเป็นผู้บริหารงาน  และมีสำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยาเป็นพี่เลี้ยง  ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการระดมทุนจากการขายหุ้นให้ชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่  ในราคาหุ้นละ 100 บาท ปัจจุบันพบว่ามีจำนวนหุ้นทั้งหมด 13,462 หุ้น  จากการบริหารที่ผ่านมาพบว่าได้เกิดการลงทุนทั้งในส่วนของโรงเรียนและในการจัดซื้อเครื่องจักร  รวมถึงในการจัดซื้อถังหมักปุ๋ยชีวภาพ และเครื่องย่อยกิ่งไม้   เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการดำเนินการจัดทำปุ๋ย

ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้มีการดำเนินการทำนั้น  ต้องอาศัยวัตถุดิบ  หลักๆ 3 อย่าง  ประกอบไปด้วย  เศษไม้  สิ่งปฏิกูล และ เศษอาหาร    ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าวัตถุดิบขาดแคลน  การผลิตปุ๋ยจากเครื่องผลิตก็ไม่ตรงตามคุณสมบัติของเครื่องที่ได้มีการชี้แจงสมาชิกไว้  โดยเครื่องผลิตปุ๋ยที่ทางกลุ่มซื้อมานั้นจะต้องสามารถผลิตปุ๋ยได้วันละ 5,000 – 8,000 กิโลกรัม  แต่ปัจจุบันสามารถผลิตได้เพียง 500 กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น   เนื่องจากเครื่องผลิตปุ๋ยที่จัดซื้อมานั้นเป็นเครื่องผลิตปุ๋ยแบบอนินทรีย์  ทำให้การผลิตจึงไม่ตรงตามเป้าที่ได้ตั้งไว้   นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการลงทุนในเรื่องของค่าจ้างแรงงานที่ได้มีการลงทุนไปก่อนในช่วงแรง  จึงส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดทุนเกิดขึ้น

พล.ต.ต.อนันต์  เจริญชาศรี  นายกเมืองพัทยา  เปิดเผยต่อว่า  จากการได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น  ทำให้ทราบว่าปัญหาเกิดจากการบริหารจัดการและการสื่อสารที่อาจจะมีการสื่อสารกันน้อย  ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น  ซึ่งในเรื่องของความไม่โปร่งใสของผู้รับผิดชอบโครงการก็พบว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการบริหารเงินนั้น  ส่วนใหญ่การพิจารณาการอนุมัติในการใช้จ่ายเงินทุกครั้ง  จะต้องผ่านการพิจารณามาจากคณะกรรมการทั้ง 9 คน  ซึ่งทำให้ข้อร้องเรียนที่ว่าการบริหารงานไม่โปร่งใสนั้นจบลง   อย่างไรก็ตามในเรื่องของการขาดทุนหลังจากที่การบริหารงานวิสาหกิจชุมชนผ่านมาครบ 1 ปีนี้พบว่า  จากการรวบรวมข้อมูลนั้นเกิดจากการบริหารจัดการของกลุ่ม  ซึ่งก็สามารถแก้ไขได้  ด้วย 3 ข้อหลัก  ที่จากนี้ต้องขอความร่วมมือคณะกรรมการทุกท่านในการร่วมดำเนินการ คือ  1. บริหารงานกลุ่มด้วยคณะกรรมการ 9 คนอย่างโปร่งใส  2.  โดยมีคณะทำงาน 5 คนเป็นหัวเรี่ยว หัวแรงในการเดินเครื่อง  3.  คณะกรรมการกลุ่มทั้ง 9 คนจะต้องมีการประชุมกัน  2  อาทิตย์  1 ครั้ง  หากคณะกรรมการมา  5  คนครบองค์ประชุม   ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม   ซึ่งหากดำเนินการครบ 3 ข้อนี้ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน.