ธุรกิจเฟรนไชส์ชื่อดังในเมืองพัทยา ทยอยปิดกิจการ ขณะที่การระบาดโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง

0
237

By เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 6 ส.ค. 64 บรรยากาศรอบพื้นที่เมืองพัทยา หลายธุรกิจ SME ที่ปิดตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง และจังหวัดชลบุรีก็ยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันสูงต่อเนื่อง โดย นายวสันต์ ครุฑธาพันธ์ เจ้าของธุรกิจตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้น้ำหยอดเหรียญ และทำธุรกิจคิวรถ จยย.รับจ้างในซอยบ่อนใก่ (ซอยกรมที่ดิน) เผยว่า อยู่มากว่า 20 ปีแต่พอมาเจอพิษโควิดในรอบที่ 4 หนักจริงๆ คนทำงานกลางคืน คนทำงานบริษัท ย้ายออกจากห้องแถวในบริเวณนั้นเกือบหมด เหลืออยู่เพียงไม่กี่ห้อง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะธุรกิจบริเวณนี้ล้วนต้องอาศัยลูกค้า แต่ประชากรแฝงที่ตกงาน ย้ายออกต่างจังหวัดหมด ปัจจุบันในซอยบ่านไก่เงียบสนิท เช่าเปิดกิจการไว้ก็ไม่คุ้มค่าเช่า จึงต้องตัดใจปิดกิจการเก็บของไปตั้งหลักกันใหม่ แม้แต่ 7-11 และก๋วยเตี๋ยวแฟรนไชส์ชื่อดัง ที่อยู่ใกล้กันก็ยังปิดกิจการ เพราะไม่มีคน เปิดม่คุ้มทุนและค่าจ้างพนักงาน


“พัทยา” หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ที่ขึ้นชื่อในเรื่องแสงสียามราตรี ที่ไม่เคยหลับใหล เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ต่างหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยกันจนเงินสะพัดถึงเกือบ 3 แสนล้านบาทต่อปี แต่หลังเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 63 ถึงปัจจุบัน ที่การเดินทางท่องเที่ยวของต่างชาติหยุดชะงัก ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก



นายชัยรัตน์ รัตโนภาส นายกสมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก เปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา ว่า ภาพรวมของธุรกิจสปาและร้านนวดถือว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก จากเดิมธุรกิจร้านวดทั่วพัทยาเปิดให้บริการประมาณ 400-500 แห่ง โดยส่วนใหญ่จะอยู่โซนถนนเลียบชายหาดพัทยา, ถนนพัทยาสาย 2 และตามซอยต่าง ๆ ตั้งแต่พัทยาเหนือจนถึงพัทยาใต้ ตอนนี้ปิดบริการ 90% และเปิด 10% ซึ่งในตอนนี้จากการระบาดในรอบใหม่สปาและร้านนวดก็ถุกค่ำสั่งให้ปิดกิจการอีกครั้งอย่างไม่มีกำหนด.