ธุรกิจทัวร์นำเที่ยวนิ่งสนิท จากผลกระทบโควิด รอบ 3 ยากจะฟื้นตัว ตั้งความหวังรอการเปิดประเทศ

0
419

By เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ  20 เมษายน 64   ธุรกิจทัวร์นำเที่ยว และธุรกิจเชื่อมโยงในเมืองพัทยา ที่ต้องทำงานกับนักท่องเที่ยว ที่ต้องอาศัยนักท่องเที่ยว เป็นหลักหลายธุรกิจปิดตัวลงเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอก  3 หนักกว่าที่ผ่านมา และมองดูแล้วว่าจะแบกรับภาระในระหว่างรอการเปิดประเทศ ที่ต้องรอลุ้นสถานการณ์ภายในประเทศ กันแบบวันต่อวัน ผู้ประกอบการหลายรายถอดใจยอมแพ้ไปตั้งแต่ช่วงปีก่อน  ต่อมาในระยะที่ 3 หลายรายต้องปิดกิจการไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะต้องลดค่าใช้จ่าย 

นายวิกรม สงวนนามสกุล ผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยวอินเดีย  กลุ่มเอเชียและยุโรป เผยว่า  ได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วงระบาดในรอบแรก  เพราะประเทศอินเดียมียอดการติดเชื้อภายในประเทศสูงมาก   และยากที่จะเปิดรับหกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาแบบอิสระ ส่วนประเทศอื่นๆ ฝั่งยุโรป เช่น อังกฤษ เยอรมัน อเมริกา  สถานการณ์ก็ยังคงไม่ดีขึ้น  ผู้ที่จะเข้ามาในประเทศไทยจะต้องทำการตามมาตรการของรัฐ ในการกักตัวและคัดกรองอย่างละเอียด  ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเป้าหมายการท่องเที่ยวที่จะมาไทยน้อยลง และธุรกิจทัวร์นำเที่ยวนักท่องเที่ยวจีน ที่สถานการณ์ในประเทศดีขึ้นมาก จากการบริหารจัดการควบคุมและรอลุ้นข้อตกลงระหว่างประเทศด้านการท่องเที่ยวไทย-จีน ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งตอนนี้ที่ทำอยู่รายได้หายไปกว่า 80 %  ทุกวันนี้ได้พาครอบครัวเปลี่ยนอาชีพมาค้าขาย ขายหมูอบโอ่ง เฟรนซ์ฟราย และไก่ทอด ตามอีเว้นท์ต่างๆ  ก็กำลังจะไปได้ดี ก็มาเจอโควิดในรอบที่ 3 งดการจัดกิจกรรมสังสรรค์รื่นเริง งดรวมตัวเกิน 50 คน ก็มาได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ทั้งนี้จุดเปราะบางเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นช้า และต่างชาติไม่เชื่อมั่น แม้ก่อนหน้าจะคุมการระบาดได้ดีเศรษฐกิจไทยมีจุดอ่อนหลายอย่าง ตั้งแต่ก่อนโควิด เห็นได้จากประเทศมีเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน จุดอ่อนสำคัญของประเทศในสายตาต่างประเทศ คือเศรษฐกิจพึ่งการท่องเที่ยวมาก เมื่อการท่องเที่ยวไม่ดี จากผลของโควิด เศรษฐกิจก็ไม่มีฐานที่จะเติบโต ที่สำคัญแม้โควิดเกิดขึ้น ในแง่นโยบายก็ไม่ได้ปรับตัวที่จะลดพึ่งพาการท่องเที่ยว หรือปรับตัวเพื่อให้ทรัพยากรหรือแรงงานในภาคท่องเที่ยว สามารถโยกย้ายไปหารายได้ในทางอื่น เช่น ปรับทักษะแรงงานเพื่อไปทำงานในสาขาอื่น หรือกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในสาขาอื่น ที่ผ่านมาการแก้ไขเศรษฐกิจเน้นการประคองสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายลง ให้แรงงานและบริษัทที่มีปัญหายังพออยู่ได้ โดยใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำ อัดฉีดสภาพคล่อง ปรับโครงสร้างหนี้ มีมาตรการพักหนี้ ไม่ให้บริษัทที่มีปัญหาทางการเงินต้องล้มละลาย หรือฟ้องร้องกัน ในส่วนของผู้ใช้แรงงานและประชาชนรายได้น้อย ที่ถูกกระทบจากโควิด ก็มีการเยียวยาโดยการแจกเงิน เหล่านี้เป็นมาตรการประคองสถานการณ์ให้คนมีใช้จ่าย   บริษัทไม่ล้มละลาย แต่ไม่ใช่หรือไม่มีมาตรการที่จะกระตุ้นการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุนของเอกชนเพื่อเสริมสร้างการขยายตัวของเศรษฐกิจ ผลคือมาตรการที่ทำไป มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจน้อยมากจากนี้จึงจำเป็นที่มาตรการเศรษฐกิจต้องเดินออกจากการเยียวยาไปสู่การฟื้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมประเทศไปสู่การเติบโตรอบใหม่.