ท่าเรือแหลมฉบัง เข้มสารแอมโมเนียมไนเตรตในพื้นที่ หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดท่าเรือเมืองเบรุต

0
80

จากที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดในที่เกิดขึ้น ในท่าเรือเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคม 63 ที่ผ่านมานั้น โดยสื่อหลายสำนัก รายงานถึงต้นเหตุความเสียหายรุนแรงไปที่ แอมโมเนียมไนเตรต จำนวนกว่า 2,500 ตัน ทำให้เกิดความกังวลสำหรับการจัดเก็บสินค้าอันตราย ในท่าเรือแหลมฉบัง
ล่าสุดเมื่อ 7 สิงหาคม 63  ร้อยตำรวจเอก ธนาบดี ธูปเทียนรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว จะไม่เกิดขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบังอย่างแน่นอน แม้จะมีการขนถ่ายแอมโมเนียมไนเตรด ในพื้นที่อยู่บ้าง ซึ่งตามระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันค้าอันตรายที่ ท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. 2559 ได้จำแนกสินค้าอันตรายออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความเสี่ยง คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มความเสี่ยงสูงมาก ไม่อนุญาตให้ทำการขนถ่ายหรือบรรทุกลงเรือภายในอาณาบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง กลุ่มที่ 2 กลุ่มความเสี่ยงสูง ให้ทำการขนถ่ายในท่าเรือแหลมฉบังได้ แต่ไม่รับฝากเก็บ หรือวางพักหน้าท่าเทียบเรือ ต้องนำออกจากอาณาบริเวณท่าเรือแหลมฉบังทันทีที่ขนถ่ายขึ้นจากเรือ หรือบรรทุกลงเรือโดยตรง กลุ่มที่ 3 กลุ่มความเสี่ยงต่ำ ให้ทำการขนถ่ายหรือทำการบรรจุตู้สินค้าในเขตท่าเรือแหลมฉบังได้ โดยต้องนำมาฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น


สำหรับแอมโมเนียมไนเตรตซึ่งมีความเสี่ยงแต่ละประเภทต่างกันจึงถูกจัดอยู่ได้ทั้ง 3 ประเภทคือ
1 ได้แก่ Class 1.1D, UN0222, AMMONIUM NITRATE (วัตถุระเบิด) ให้ทำการขนถ่ายในท่าเรือแหลมฉบังได้ แต่ไม่รับฝากเก็บ หรือวางพักหน้าท่าเทียบเรือ ต้องนำออกจากอาณาบริเวณท่าเรือแหลมฉบังทันทีที่ขนถ่ายขึ้นจากเรือ หรือบรรทุกลงเรือโดยตรง
2 ได้แก่ แอมโมเนียมไนเตรตที่เป็น Class 5.1 UN1942, UN2067, UN3375 และ Class 9, UN2071, AMMONIUM NITRATE BASED FERTILIZER สามารถขนถ่ายผ่านท่าเรือแหลมฉบังได้ โดยต้องนำมาฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น
ทั้งนี้ แอมโมเนียม ไนเตรต มีนำเข้ามาฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตราย ของบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (มหาชน) จำกัด) และได้ดำเนินพิธีการนำออกจากพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังเรียบร้อยแล้ว ไม่มีจัดเก็บในพื้นที่คลังสินค้าอันตรายในปัจจุบัน  โดยท่าเรือแหลมฉบังขอให้ผู้ใช้บริการ ประชาชนทั่วไปมั่นใจได้ว่า ท่าเรือแหลมฉบัง ได้จัดเก็บถูกต้องตามมาตรฐานที่องค์กรขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆกำหนด อย่างถูกต้องและปลอดภัย.