ตำรวจเชิญผู้ประกอบการ “ซีวอล์คเกอร์” และ “พาราเซล” เข้าประชุมวางมาตรการด้านความปลอดภัย

0
106

เมื่อ 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 60 ที่ห้อง ศปก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.บุญสาน สินทอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท. และ พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท. สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้เชิญผู้ประกอบการ “ซีวอล์คเกอร์” และ “พาราเซลล์” รวม 16 ราย ในพื้นที่ชายหาดเมืองพัทยา และชายหาดจอมเทียน เข้าประชุมหารือวางมาตรการรักษาความปลอดภัยและการให้บริการนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย หรือสร้างความเสื่อมเสียด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ภายหลังเกิดกรณีพนักงานดำน้ำซีวอล์คเกอร์ชาวกัมพูชา กระทำอนาจารเด็กหญิงลูกครึ่งไทย-อเมริกันวัย 13 ปีที่พัทยา และเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียพลัดตกจากพาราเซลล์ที่ จ.ภูเก็ต จนเสียชีวิต

โดยในที่ประชุมเจ้าหน้าที่ได้มีการพูดคุยซักถามผู้ประกอบการ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและมาตรการด้านความปลอดภัยที่วางไว้ พร้อมกับสอบถามปัญหา และเปิดโอกาสให้เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขร่วมกัน เพื่อให้ได้บทสรุป โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

ภายหลังการประชุม พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท. ออกมาเปิดเผยว่า  การพูดคุยกับผู้ประกอบการดำน้ำ “ซีวอล์คเกอร์” และเรือลากร่ม หรือ “พาราเซลล์” ในครั้งนี้ ได้ข้อสรุปร่วมกัน ทั้งเรื่องอุปกรณ์เซฟตี้ที่ต้องปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และต้องมีการทำประกันชีวิตให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน แต่ในส่วนนี้ผู้ประกอบการยังติดปัญหาเกี่ยวกับเการพูดคุยตกลงกับบริษัทประกันภัย เพราะปัจจุบันต้องส่งรายชื่อนักท่องเที่ยวแต่ละรายให้กับบริษัทที่รับทำประกันภัยก่อน ทำให้เกิดความยุ่งยากเรื่องขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมกันนี้ยังกำชับให้ผู้ประกอบการ ได้เข้มงวดกวดขันตรวจสอบสุขภาพของนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมดำน้ำแบบซีวอล์คเกอร์ และการเล่นเรือลากร่ม หรือพาราเซลล์ จะต้องมีสุขภาพแข็งแรง มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ นักท่องเที่ยวจะได้ไม่เกิดอันตรายถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนี้ในส่วนของพนักงานยังเน้นย้ำว่าให้บริการด้วยความสุภาพเรียบร้อย ไม่เอารัดเอาเปรียบ และไม่อาศัยจังหวะหรือฉวยโอกาสกระทำอนาจารนักท่องเที่ยวจนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หากทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันทำตามแผนที่วางไว้ ก็จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นว่ามาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยาแล้วจะได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะได้มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนและสำริดผล

ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจความพร้อมและมาตรการการรักษาปลอดภัยของกิจกรรมเรือลากร่ม หรือ พาราเซลล์ ที่ทางบริษัท เอ็น.พี.อี.พัทยา เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่บนโป๊ะกลางอ่าวพัทยา พร้อมกับชมพนักงานของพาราเซลล์สาธิตการสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเสื้อชูชีพที่ได้มาตรฐาน ก่อนที่ พ.ต.อ.ศราวุธ และบรรดาผู้สื่อข่าวจะพากันลองทดสอบเล่นพาราเซลล์เพื่อเป็นการการันตีด้านความปลอดภัย

ทางด้าน นายณัฐพงค์ มานะสม ผู้บริหาร บริษัท เอ็น.พี.อี.พัทยา เจ้าของแพเรือลากร่ม เปิดเผยว่า ตนเองเปิดกิจการเรือลากร่ม หรือพาราเซลล์ มานานกว่า 20 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ สักครั้ง เนื่องจากใช้อุปกรณ์เซฟตี้ที่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ และวิธีการเล่นที่ปลอดภัย ซึ่งจะมีการเปลี่ยนร่มทุกๆ 6 เดือน ส่วนอุปกรณ์ อาทิ เข็มขัดนิรภัย จะมีการตรวจเช็คทุกๆ 3 เดือน นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ จะต้องไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ และต้องมีอายุไม่เกิน 50 ปี ถึงจะอนุญาตให้เล่นได้ ทั้งนี้ อยากฝากไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าให้มั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัย และเชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้จะไม่มีอันตรายใดๆ.