ชาวบ้านคลองนกยาง ยื่นหนังสือขอยืดเวลาอยู่อาศัยต่อ หลังเมืองพัทยาสั่งให้ย้ายภายใน 15 วัน

0
231

บุญเหลือ ชาตรี

จากกรณีปัญหาที่มีการบุกรุกแนวคลองสาธารณะในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 3 คลองหลัก ได้แก่ คลองพัทยาใต้ คลองปึกพลับ และคลองนกยาง ซึ่งถือว่าเป็นอีกสาเหตุของการสร้างปัญหาน้ำท่วมขังและมลพิษ กระทั่งต่อมาเมืองพัทยาได้ทำการลงพื้นที่สำรวจพร้อมออกคำ สั่งให้ผู้ที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำดำเนินการรื้อถอนอาคารออกจากแนวคลองตามขั้นตอนของกฎหมาย ภายใน 15 วัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อ 29 พฤษภาคม 60  ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีกลุ่มชาวบ้านที่พักอาศัยบริเวณคลองนกยาง หลังวัดช่องลม ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กว่า 30 ราย ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในการผ่อนผันนโยบายดังกล่าว ต่อผู้บริหารเมืองพัทยา เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งที่ให้ทำการรื้อถอนในเวลาจำกัด โดยมี พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกมาพบปะ พร้อมทำการชี้แจงแนวนโยบายของเมืองพัทยา โดยเบื้องต้นได้ได้อนุญาตให้อยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว ก่อนจะมีการจัดสรรพื้นที่อยู่ใหม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งสร้างความพอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากจึงพากันเดินทางกลับ

นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่าการเดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านมีความกังวลและแตกตื่น หลังเมืองพัทยาจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปติดหมายคำสั่งให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำคลองสาธารณะออกภายใน 15 วัน จนเกิดความวิตกในเรื่องของการหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่จะไม่ทันตามกำหนดเวลาที่ให้ไว้  จึงเดินทางมายื่นหนังสือขอผ่อนปรน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวคลองกว่า 100 หลังคาเรือน

โดยเบื้องต้นได้ชี้แจ้งกับชาวบ้านและทำความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินการของเมืองพัทยา ซึ่งต้องดำเนินกาตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดปัญหา แต่ในระยะแรกคงจะเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในลักษณะที่เป็นบ้านเช่าก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนบ้านเรือนประชาชนที่อยู่อาศัยมานานก็คงจะมีการขยายเวลาให้เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ระหว่างการสรรหาที่อยู่ใหม่ โดยระหว่างนี้ก็ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่คลองได้ช่วยกันรักษาความสะอาด ห้ามมีการทิ้งขยะลงคลองเด็ดขาด หลังจากเกิดปัญหามลพิษอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างสูงสุด

อย่างไรก็ตามในเรื่องของการเยียวยานั้น เมืองพัทยาคงทำได้แค่เพียงประสานงานไปยังกรมพัฒนาสังคม เพื่อให้ช่วยจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับคนเหล่านี้ อีกทั้งได้มีการประสานไปยังการเคหะแห่งชาติในการจัดพื้นที่บางส่วนของโครงการบ้านเอื้ออาทรเพื่อให้กับชาวบ้านได้เข้าไปเช่าซื้อ ซึ่งถือเป็นแนวทางแก้ไขที่เมืองพัทยาดำเนินการให้ในปัจจุบัน

สำหรับพื้นที่บริเวณคลองนกยาง นาเกลือ บริเวณชุมชนหลังวัดช่องลมนั้น พบว่ามีความยาวตลอดแนวคลองประมาณ 1 กิโลเมตร โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีอาคารที่ก่อสร้างรุกล้ำแนวคลองสาธารณะจำนวนถึง 117 ราย ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการออกคำสั่งให้รื้อถอนตามกฎหมายไปแล้วจำนวน 91 ราย แต่ปัจจุบันมีผู้ขออุทธรณ์คำสั่ง จำนวน 64 ราย ซึ่งความเห็นจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดชลบุรีระบุว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นอาคารถาวรจำนวนหนึ่ง ที่มีเลขทะเบียนบ้านที่ทางราชการออกให้ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคในชุมชนซึ่งเป็นงบประมาณของเมืองพัทยา โดยหากมีการรื้อถอนจะทำให้กระทบกับประชาชนที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จึงขอทราบแนวทางแก้ไขปัญหาหลังมีการรื้อถอนอาคาร ว่ามีมาตรการบรรเทาทุกข์รองรับไว้แล้วหรือไม่ และมีแนวทางการเยียวยาให้กับประชาชนผู้ถูกรื้อถอนหรือไม่ ซึ่งกรณีดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาหาแนวทางเพื่อเยียวยาต่อไป.