ครูพี่เลี้ยงหยิกหูเด็กนักเรียน เข้าพบตำรวจ พร้อมกล่าวขอโทษพ่อแม่เด็กแล้ว

0
77

จากกรณี นางสาวสุรีรัตน์ ซิ้มเทียม อายุ 33 ปี พา ด.ญ.ชลศิริ ชลศรานนท์ บุตรสาววัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3/2 โรงเรียนอรุโณทัย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกครูพี่เลี้ยงบิดหูข้างซ้าย จนได้รับบาดเจ็บเป็นแผล โดยจากการติดต่อไปยังโรงเรียน เพื่อขอพูดคุยกับครูพี่เลี้ยง คือนางสาวสกุลตรา แสนปัญญา ถึงสาเหตุในเรื่องดังกล่าว แต่คุณครูพี่เลี้ยงไม่ยอมมาคุย นอกจากนี้ ผู้ปกครองได้สอบถามขอเบอร์โทรศัพท์ เพื่อจะติดต่อพูดคุย ทางโรงเรียนกลับอ้างว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 20 กันยายน 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่ โรงเรียนอรุโณทัย พบว่า บรรยากาศยังคงเปิดเรียนตามปกติ จึงติดต่อขอพบผู้บริหาร เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ทางโรงเรียนกลับบ่ายเบี่ยงบอกว่ายังไม่สะดวกให้พบ นอกจากนี้ยังทราบว่าครูพี่เลี้ยงผู้ก่อเหตุ ยังคงไปทำงานตามปกติ

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 กันยายน 61 นางสาวสกุลตรา แสนปัญญา อายุ 24 ปี ครูพี่เลี้ยงเดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดี โดยมี พ.ต.ท.กรณ์ สมคะเณย์ รอง ผกก.ปป. สภ.เมืองพัทยา ร่วมสอบปากคำถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยมี รอง ผอ.โรงเรียนอรุโณทัย และนางสาวสุรีรัตน์ ซิ้มเทียม มารดาและบิดาพร้อม ด.ญ.ชลศิริ ชลศรานนท์ เด็กนักเรียนผู้เสียหาย

นางสาวสกุลตรา แสนปัญญา ครูพี่เลี้ยง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองไม่ได้มีเจตนาทำร้ายน้อง เพียงแต่ในช่วงนั้นอาจมีอารมณ์บ้าง ที่ว่ากล่าวตักเตือนและห้ามปราบน้อง แต่น้องไม่เชื่อฟัง ประกอบกับตนเองต้องพยายามยามให้เด็กทุกคนอยู่ในความสงบ เลยพลาดพลั้งไปทำน้องได้รับบาดเจ็บ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีการบิดหูหรือหยิกน้องแต่อย่างใด ที่เกิดบาดแผลมาจากเล็บมือของตนเองยาว เลยไปทำให้น้องเกิดบาดแผล นอกจากนั้นตนเองก็ได้พาน้องไปห้องพยาบาลเพื่อทำแผล หลังพบว่ามีบาดแผลเกิดจากตน และตนได้ไปบอกกับครูประจำชั้น และครูหัวหน้า ซึ่งในตอนเย็นตนเองไม่ได้หลบหนี แต่ตนเองโดนเวรประจำรถตู้รับส่งนักเรียน และครูหัวหน้าได้บอกว่าจะไปพูดคุยกับผู้ปกครองเด็กเอง และไม่ทราบว่าผู้ปกครองเข้ามาแจ้งความ ซึ่งตนยืนยันได้ว่าตนเองไม่มีเจตนา

ด้าน รอง ผอ.โรงเรียนอรุโณทัย เปิดเผยว่า นางสาวสกุลตรา แสนปัญญา พึ่งมาทำงานเป็นครูพี่เลี้ยงได้ประมาณ 4 เดือน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ทางโรงเรียนมีแนวทางแก้ไข และมีกระบวนการสอบสวนหากพบว่า มีความผิด ก็จะมีบทลงโทษตั้งแต่สถานเบาไปยังสถานหนัก ส่วนตัวนักเรียนนั้น ทางโรงเรียนมีการดูแลค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทางโรงเรียนมีการประชุมครูตลอดในการดูแลเด็กนักเรียน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนก็ต้องขอโทษผู้ปกครองเช่นกัน

ด้านพ่อของ ด.ญ.ชลศิริ ชลศรานนท์ เผยว่าในเบื้องต้นตนเองไม่ได้ติดใจอะไรมากหนัก แต่เมื่อลูกสาวมาบอกว่าโดนคุณครูบิดหู จนเป็นแผลก็เลยคิดว่าครูทำเกินกว่าเหตุ และครูที่ทำร้ายลูกสาว ไม่มาพูดคุยกล่าวขอโทษ หรือพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์เลย ตนจึงให้ภรรยาเข้าแจ้งความ ส่วนด้านคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งตนเองอยากให้ครั้งนี้เป็นบทเรียนของครู ที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งลูกตนก่อนหน้านี้โดนครูตีมา ตนเองก็ไม่เคยสนใจ แต่ครั้งนี้ตนเองดูแล้วมันเกินไป

ด้าน ร.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ด้านคดี ต้องรอดูผลตรวจของแพทย์ ว่าใช้เวลารักษานานหรือไม่ หากไปนานไม่เกิน 1 อาทิตย์ ก็คงเป็นคดีระหุโทษ สามารถเปรียบเทียบปรับได้ที่ สภ.เมืองพัทยาได้เลย หากใช้เวลารักษานาน ก็ต้องส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป.