ครบ 1 ปี คุมเข้ม! เรือรับส่งนักท่องเที่ยวริมหาดพัทยา เมินใช้ท่าเรือพัทยาใต้ ไร้บังคับใช้กฎหมาย

0
91

              ก่อนหน้านี้ในยุค คสช.เข้ามาบริหารบ้านเมืองใหม่ๆมีการแต่งตั้งนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตามอำนาจในมาตรา 44 พร้อมมอบหมายให้มีการดำเนินการอย่างเข้มข้น ในการจัดระเบียบการท่องเที่ยวในการพื้นที่เมืองพัทยา ทั้งเรื่องของการบุกรุกที่สาธารณะ การจัดระเบียบรถโดยสารขนส่งมวลชน การจัดระเบียบผู้ประกอบการร่มเตียงชายหาด และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมเหล่านี้คือการยกเลิกการให้ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวรับส่งผู้โดยสาร บริเวณชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

           เนื่องจากมองว่าไม่มีความปลอดภัย และไม่มีความเป็นสากล อีกทั้งการนำรถบัสโดยสารขนาดใหญ่มารับส่งนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาด ก็เป็นการสร้างปัญหาการจราจรเป็นอย่างมาก จึงมีการประสานงานร่วมกันหลายฝ่ายทั้งเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร อาสาสมัคร ในการตรวจเข้มและสั่งการให้มีการย้ายพื้นที่รับส่งนักท่องเที่ยวทางเรือ ไปใช้พื้นที่บริเวณสะพานท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (บาลีฮาย) ทั้งหมด หลังสภาเมืองพัทยา ผ่านงบประมาณหลายร้อยล้านบาทในการพัฒนาท่าเทียบเรือใหม่ โดยในส่วนของกรมเจ้าท่าเอง ก็ได้มีการประกาศการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 61 หรือเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าหากพบมีผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวรายใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามก็จะลงโทษอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 500-5,000 บาท

โดยเมื่อ 8 พ.ค.2562  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผ่านพ้นการจัดระเบียบของ คสช.มาจนครบห้วงเวลา 1 ปีเต็มของการบังคับใช้กฏหมายของกรมเจ้าท่า ปรากฏว่าทุกวันนี้ การรับส่งนักท่องเที่ยวของผู้ประกอบการเรือโดยสารข้ามฟาก  มีการดำเนินการอย่างเสรี ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายหรือลงโทษ และให้ไปใช้พื้นที่ท่าเทียบเรือตามนโยบายแต่อย่างใด โดยในแต่ละวันจะพบเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เดินทางด้วยรถบัสขนาดใหญ่ มาจอดรับส่งนักท่องเที่ยวบนถนนสายชายหาด โดยเฉพาะช่วงถนนพัทยากลาง ก่อนพากันขึ้นเรือท่องเที่ยวริมชายหาดที่มีการเสริมทรายออกไปในระยะ  35 เมตรก่อนมุ่งหน้าสู่จุดหมายโดยเสรี ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนและสังคม ให้ความสงสัยว่าการจัดระเบียบอย่างเข้มข้น ที่สร้างผลดีต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาปัจจุบันทำไมจึงมีการปล่อยปละละเลย และไร้การควบคุมอย่างจริงจังเหมือนในอดีต ซึ่งคงจะเป็นคำตอบที่ภาครัฐต้องออกมาชี้แจงแก่สาธารณะต่อไป.