กรมเจ้าท่า ยืดเวลายื่นเอกสาร สำหรับผู้ที่ปลูกสร้างรุกล้ำน่านน้ำและพื้นที่สาธารณะ ถึงสิ้นปีนี้

0
81
(จากซ้ายไปขวา) นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา นายเอกราช คันทโร ผู้อำนวยการกรมเจ้าท่าสาขาพัทยา เป็นผู้แจงข้อกฎหมายของกรมเจ้าท่า
(จากซ้ายไปขวา) นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา นายเอกราช คันทโร ผู้อำนวยการกรมเจ้าท่าสาขาพัทยา เป็นผู้แจงข้อกฎหมายของกรมเจ้าท่า

เมื่อ 28 กันยายน 60 ที่ ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดประชุม ติดตามการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ที่มีสิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือนรุกล้ำน่านน้ำพื้นที่สาธารณะ ทะเล แม่น้ำ ลำคลอง โดยมี นายเอกราช คันทโร ผู้อำนวยการกรมเจ้าท่าสาขาพัทยา เป็นผู้แจงข้อกฎหมายของกรมเจ้าท่า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ อำเภอบางละมุง เมืองพัทยา และชาวบ้านที่เข้าข่ายรุกล้ำเข้าร่วมประชุมรับฟังนโยบาย

ชาวบ้านที่เข้าข่ายรุกล้ำเข้าร่วมประชุมรับฟังนโยบาย
ชาวบ้านที่เข้าข่ายรุกล้ำเข้าร่วมประชุมรับฟังนโยบาย

สำหรับการประชุมครั้ง เป็นการติดตาม หลังจากที่กรมเจ้าท่า ได้รับคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 32/2560 ให้ผู้ที่มีอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามริมคลอง ริมทะเล ให้แจ้งรายชื่อต่อกรมเจ้าท่า โดยหลังจากที่มีการประชุมชี้แจงข้อกฎหมายที่ผ่านมา พบว่ามีชาวบ้านที่กระทำผิดฝ่าฝืนมายื่นเอกสารทั้งสิ้น 1,307 ราย ซึ่งทางกรมเจ้าท่ายืดเวลาในรอบที่ 3 ออกไปอีก 180 วัน โดยจะหมดเขตยื่นเอกสารจนถึง 30 ธันวาคม 60 นี้

สำหรับผู้ที่จะเข้าแจ้งยื่นหนังสือเอกสารต้องมีหลักฐานประกอบคือ 1.ทะเบียนบ้าน 2.เอกสารติดตั้งน้ำประปาหรือไฟฟ้านับตั้งแต่วันที่เข้าอยู่ 3. ใบรับรองจากผู้ว่าราชการหรืออำเภอเพื่อยืนยันว่าพักอาศัยอยู่ในชุมชนนี้จริง 4. ภาพถ่ายทางอากาศยืนยันสิ่งปลูกสร้างในสมัยตั้งแต่เริ่มเป็นชุมชนวิถีชีวิตชาวบ้าน เพื่อกรมเจ้าท่าจะพิจารณาตามหลักฐานที่นำมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนกรณีที่ผู้ไม่มาต่อกรมเจ้าท่าแล้วพบว่าผิดจริง จะมีคำสั่งลื้อถอนทันที ถ้ากรณีไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับรายวันละ20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ที่มายื่นเอกสารแจ้งรายชื่อตามวันเวลาที่กำหนดไป ก็จะได้ยกเว้นโทษทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง เมื่อทางกรมเจ้าท่ารับเอกสารหนังสือของท่านแล้ว จะลงสำรวจพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนนั้น ต้องผ่านหลักเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นกฎเหล็ก 4 ข้อคือ สิ่งปลูกสร้างห้ามกีดขวางทางเดินเรือ สร้างต้องถูกสุขลักษณะความสะอาด และห้ามสร้างกีดขวางทางน้ำเปลี่ยนแปลงทางเดินของน้ำ,การสร้างต้องไม่เกินความจำเป็นและลมควร ให้เฉพาะอยู่อาศัย ตามความเหมาะสม,การอนุญาตสร้างลุกล้ำลำน้ำต้องไม่ขัดต่อกฎหมายผังเมืองและกฎหมายประมง และสิ่งล่วงล้ำลำน้ำนั้น ต้องมีสภาพเหมาะสมและปลอดภัยมั่นคงแข็งแรง  ซึ่งเป็นข้อในการพิจารณา  และหากไม่เป็นไปตาม 4 ข้อ ที่ได้กล่าวไปนั้น จะไม่มีการออกใบอณุญาตได้ สำหรับหนังสือที่กรมเจ้าท่าออกให้นั้น ไม่สามารถจะนำไปโต้แย้งสิทธิ์ในชั้นศาลได้ รวมถึง ให้ผู้ที่ได้รับหนังสือเจ้ากรมเจ้าท่าแล้ว ต้องนำไปทำให้ถูกต้อง , เจ้าท่าสามารถเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีท่านฝ่าฝืนผิดกฎได้ทันที , ถ้าสิ่งปลูกสร้างเป็นอันตราย ทางเจ้าท่าสามารถ พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตได้

โดยขณะนี้ทางภาครัฐได้มีโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อรองรับผู้ที่รุกล้ำพื้นที่น่านน้ำไทย-พื้นที่สาธารณะ และผู้ยากไร้ให้มีที่อยู่  แต่ห้ามโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นซื้อขาย  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการจากการเคหะแห่งชาติ ที่ช่วยเหลือคนไทยให้มีที่อยู่โดยจะมี 2 โครงการเป็นอาคารชุด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ว. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ คือ  ที่บริเวณถนนชัยพรวิถี ใกล้เคียงการประปาบางละมุง  และอีกโครงการ ตรงบริเวณเขตนาจอมเทียนใกล้เคียงโรงละครอลังการ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทรชลบุรี (โครงการ ตรงบริเวณเขตนาจอมเทียน)  สามารถเลือกยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือเช่ากับเคหะฯอัตราดอกเบี้ยพิเศษจองเพียง 3,000 บ.หรือสอบถามรายละเอียดเพื่มเติม  09-10471266