กรมเจ้าท่าใช้กฏหมายบังคับ สั่งปรับสูง ตรม.ละ 1 หมื่นบาทแก่ผู้ล่วงล้ำน่านน้ำ

0
233
สิ่งปลูกสร้างอาคารบางส่วนอีกฝั่งที่รุกล้ำออกมาในทะเล บริเวณสะพานยาวนาเกลือ
สิ่งปลูกสร้างอาคารบางส่วนอีกฝั่งที่รุกล้ำออกมาในทะเล บริเวณสะพานยาวนาเกลือ

เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 23 พฤษภาคม 60 ที่สะพานยาวนาเกลือ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ จากกรณีที่กรมเจ้าท่า ได้ออกประชาสัมพันธ์กฏหมาย ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2560   ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ประกาศเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 60 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ก.พ. 60 เป็นการควบคุมการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล และชายหาดสาธารณะประโยชน์.

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาลำน้ำ สำหรับการพาณิชยนาวี การเกษตรกรรม และการป้องกันอุทกภัย กรมเจ้าท่าจึงแจ้งไปยังที่ต่างๆ และดำเนินการกับเจ้าของหรือผู้ครอบครอง สิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ โดยกรมเจ้าท่าได้แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครบครองสิ่งปลูกสร้างที่ล่วงล้ำลำน้ำ ให้ทำการรื้อถอน หรือแก้ไขสิ่งปลูกสร้าง ที่ล่วงล้ำลำน้ำนั้น ซึ่งกำหนดระยะเวลาให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองดำเนินการ ให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี แต่ไม่น้อยกว่า 30 วัน หลังจากนั้นกรมเจ้าท่า สามารถแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อฟ้องศาล โดยมีโทษปรับ คำนวนตามพื้นที่ตารางเมตร ละไม่น้อยกว่า 500 บาท แต่ไม่เกินตารางเมตรละ 10,000 บาท ไม่มีโทษจำคุก ซึ่งนั่นหมายถึงชาวบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครอง สิ่งปลูกสร้าง ที่ล่วงล้ำลำน้ำ ต้องปฏิบัติตาม.

โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งเรียกตนเองว่า กลุ่ม “ประมงพื้นบ้านนาเกลือ” ที่มีสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำไทย มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย พบว่า ชาวบ้านได้รวมตัวกันประชุมหารือ หลังมีหนังสือจากกรมเจ้าท่าออกมา ว่าจะมีการบังคับใช้กฏหมายดังกล่าวแก่ผู้ล่วงล้ำลำน้ำ และจะต้องเสียค่าปรับในส่วนที่รุกล้ำในทะเลอีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นเงินไม่น้อย ทั้งๆที่กลุ่มประมงพื้นบ้านนาเกลือ ได้ทำอยู่กินกันมากว่า 30 ปีแล้ว โดยไม่ได้รุกล้ำ เพื่อทำเป็นร้านอาหารแต่อย่างใด.

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจากกลุ่มประมงพื้นบ้านนาเกลือ ก็ยอมรับว่าปลูกสิ่งก่อสร้างรุกล้ำไปในทะลจริง แต่สิ่งปลูกสร้างนั้นมีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายแล้ว ในเมื่อกฎหมายจะมาบังคับใช้แบบนี้ จึงมีการจัดประชุมพูดคุย กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบด้วยกัน ที่มีกว่า 350 ครัวเรือน โดยประเด็นหลัก อยู่ที่ค่าปรับ ตามกฏหมาย ระบุไว้ที่ ตารางเมตรละ 500 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งชาวบ้านไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นมาเสียค่าปรับ จึงได้จัดประชุมกันขึ้น เพื่อจะหาแนวความคิดเห็น ขอผ่อนผันค่าปรับ กับกรมเจ้าท่าต่อไป (อยู่ระหว่างต่อรองพิจารณา).