รมว.ศธ.แสดงวิสัยทัศน์ การประชุมเครือข่ายการศึกษาเอเปค

0
235

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายด้านการศึกษาเอเปค ครั้งที่ 39 (39th APEC Education Network – EDNET) ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โอกาสนี้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้นำเสนอนโยบาย ในหัวข้อ “คุณภาพการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า ประเทศไทยเชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีของเขตเศรษฐกิจเอเปคที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามเป้าหมาย โดยประเทศไทยเชื่อว่าการพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคที่ทำให้การศึกษาดำเนินได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สอดคล้องตามแนวคิดหลักของเอเปคในปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปี 2565 คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล” (Open. Connect. Balance.)



นางสาวตรีนุช กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ประเทศไทยเชื่อมั่นว่า จะต้องมีความพยายามร่วมกันเพื่อทำให้การเรียนรู้ไม่มีวันหยุดลง และเด็กทุกคนสามารถมีการศึกษาได้ต่อไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อทำให้วิสัยทัศน์การศึกษาปี 2030 เป็นจริง ทุกเขตเศรษฐกิจควรร่วมมือกันเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเต็มที่ และพลเมืองทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ โดยประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประชากรของไทยให้มีทักษะที่เหมาะสมกับการมีส่วนร่วมกับโลกที่ยั่งยืน โลกที่ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างสันติและมีความสุข

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้มีมาเพื่อพูดคุยปรับปรุงพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองการจ้างงานในตลาดแรงงาน เพื่อนำเสนอมุมมองของแต่ละประเทศในเรื่องการศึกษาในยุคที่มีการระบาดของโควิด ซึ่งแต่ละเขตเศรษฐกิจต้องสูญเสียการเรียนการสอนไปกว่า 2 ปี


ในส่วนของประเทศไทย การระบาดของโควิดทำให้เราต้องใช้การศึกษาทางไกลเร็วขึ้นกว่าที่คาด โดยมีหลายเขตเศรษฐกิจรับมือโควิดทั้งเหมือนและต่างกับไทย ส่วนไทยเราจะพยายามเปลี่ยนแปลงไปสู่การเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ แทนที่จะเป็นการนั่งเรียน การเป็นปฏิบัติจะทำให้เด็กได้นำความรู้ไปใช้ พัฒนาเรื่องการทำงานเป็นทีม ซึ่งโรงเรียนใหญ่ๆ เริ่มทำแล้ว การเรียนรู้คู่การปฏิบัติจะเป็นกุญแจสำคัญของการเรียนรู้ในอนาคต


ทั้งนี้ผลสรุปการประชุมในครั้งนี้จะเป็นผลสรุปเชิงนโยบาย การตกลงเชิงหลักการที่ไม่ผูกมัด ซึ่งจะนำไปสู่การประชุมสุดยอดเอเปค ในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนในปีนี้เพื่อเกิดข้อตกลงต่างๆ ขึ้นมาต่อไป