ยูเนสโก ประกาศยกย่อง “พระยาศรีสุนทรโวหาร” เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ประจำปี 2565

0
767

โอกาสที่ยูเนสโก ประกาศยกย่องพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การยูเนสโก ครั้งที่ 41 เนื่องในวาระครบรอบ 200 ปี ชาตกาลในปี 2565

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจึงร่วมกับจังหวัดดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ประวัติและผลงานสำคัญของพระยาศรีสุนทรโวหาร ซึ่งจัดทำในรูปแบบ E-book เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ตางๆ ได้แก่ เว็บไซต์ www.noi-acharyankura.info/ เว็บไซต์ www.digital.net.go.th และ เว็บไซต์ www.finearts.go.th



พร้อมเปิดหอเชิดชูเกียรติ พิพิธภัณ์เมืองฉะเชิงเทรา จัดแสดงนิทรรศการประวัติและผลงาน “ปราชญ์ภาษาไทยของแผ่นดิน” ทุกวันพุธ – อาทิตย์ และกำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง วันที่ 5 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 200 ปี พระยาศรีสุนทรโวหาร ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่องบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา และวัฒนธรรม ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ

ประวัติ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
พระยาศรีสุนทรโวหาร ญาณปรีชามาตย์ บรมนารถนิตยภักดี พิริยพาหะ เดิมชื่อน้อย เป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ก.ค.2365 ต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในลำดับที่ 1457 ว่า “อาจารยางกูร” เมื่อ พ.ศ. 2457 ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 16 ตุ.ค.2434 รวมสิริอายุ 69 ปี


ท่านเป็นนักปราชญ์ทางภาษาและหนังสือ เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ เป็นองคมนตรีที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เป็น “อาจารย์ใหญ่” คนแรกของโรงเรียนหลวง และครูสอนหนังสือไทย เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์จักรีหลายพระองค์

ได้นิพนธ์วรรณกรรมทั้งร้อยแก้ว โคลง ฉันท์ กาพย์กลอน ลิลิต ซึ่งล้ำค่าไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตำราเกี่ยวกับภาษาไทย ที่สำคัญก็คือ แบบเรียนหลวง 6 เล่ม ได้แก่ “มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยคสังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ พิศาลการันต์” และหนังสือแบบเรียนภาษาไทยอื่น ๆ อีก 12 เล่ม มีผลงานด้านหนังสือประเภท สุภาษิต วรรณคดี คำฉันท์ ลิลิต บทเสภา หนังสือด้านศาสนา และผลงานเบ็ดเตล็ด รวม 15 เรื่อง เป็นผู้ประพันธ์ เนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เนื้อเพลงแรก


ผลงานของท่านเป็นมรดกตกทอดมาถึงอนุชนรุ่นหลัง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนบทเรียน แต่ล้วนมีพื้นฐาน มาจากหนังสือเรียน 18 เล่มนี้ ท่านได้รับยกย่องว่าเป็น “ศาลฎีกาในเรื่องหนังสือไทย” อีกด้วย