ฝ่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เมืองพัทยา เดินหน้าเฝ้าระวังโรคคอตีบ บาดทะยัด ปูพรมฉีดยานักเรียนในเขตพื้นที่เมืองพัทยา

0
192

เมื่อ 5 กรกฎาคม 61 ที่ โรงเรียนเมืองพัทยา 3 นางณอัญญา จันทรากาศ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักการสาธารณสุขเมืองพัทยา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากสวนควบคุมโรค ฝ่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ สำนักการสาธารณสุข เมืองพัทยา ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคคอตีบ และโรคบาดทะยัก ในเด็กชั้น ประถมศึกษา ปีที่ 1 และ ชั้น ประถมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนสังกัดเมืองพัทยา รวมถึงโรงเรียนภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ปีละ 1 ครั้ง

สำหรับโรคคอตีบ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เกิดจากการติดเชื้อคอตีบ ซึ่งอยู่ในน้ำลาย เสมหะ หรือน้ำมูกของผู้ป่วย ติดต่อได้ง่ายผ่านการหายใจ ไอ หรือจามรดกัน มีระยะฟักตัวประมาณ 1-7 วัน การติดเชื้อทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อาจทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และประสาทอักเสบได้ สำหรับอาการจะมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอเล็กน้อย กลืนลำบาก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลียมาก ถ้ามีอาการอักเสบของกล่องเสียง จะมีอาการไอ เสียงแหบ และหายใจลำบาก

ส่วนโรคบาดทะยัก เกิดจากพิษของเชื้อบาดทะยัก ที่มีอยู่ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไป เช่น ในดิน พื้นหญ้า มูลสัตว์ เจริญได้ดีในที่ ที่ไม่มีออกซิเจน ส่วนมากมักจะมีประวัติมีบาดแผลตามร่างกาย เช่น ตะปูตำ หนามตำ สัตว์กัด เป็นต้น สำหรับอาการ เมื่อเชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ผู้ป่วยอาจแสดงอาการติดเชื้อได้ตั้งแต่ 3-21 วันหรืออาจนานกว่านั้น แต่โดยเฉลี่ยมักมีอาการภายใน 10-14 วัน พิษของเชื้อจะทำลายระบบประสาท ทำให้มีอาการเกร็ง กระตุกของกล้ามเนื้อ ขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ คอแข็ง ชักกระตุก หายใจลำบาก ซึ่งอาจจะรุนแรงจนเสียชีวิตได้

ซึ่งเด็กทุกคนจะได้รับวัคซีนดังกล่าว หลังคลอดไปแล้ว และจะมาทำการกระตุ้นวัคซีนอีกครั้งในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ ประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับผลข้างเคียงหลังรับวัคซีน  แม้พบไม่บ่อย แต่ไม่ควรละเลยหลังรับวัคซีน อาจมีอาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน ให้รีบประคบเย็น อาจมีไข้ อาเจียน ปวดเมื่อย หน้าบวม คอบวม หายใจลำบาก หรือหัวใจเต้นเร็ว ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายเองภายใน 1 – 2 วัน แต่หากมีอาการผิดปกติอื่น หรืออาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์.