แตกตื่นทั้งห้าง!! แท็กซี่-อูเบอร์ ต่อยดุเดือด กลางลานจอดรถห้างดังพัทยา

0
75

นักช้อปแตกตื่น แท็กซี่ อูเบอร์ เปิดศึกดวลหมัดดุเดือด ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ มุงดูราวกับมีเวทีมวยกลางลานจอดรถของห้าง ด้าน รปภ.เข้าห้ามโกลาหล จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเลือดกำเดาแตก ส่วนผู้โดยสารอูเบอร์หวั่นลูกหลงวิ่งหนีเข้าห้าง

เมื่อ 24 กันยายน 60 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ค เฟซบุ๊ค ชื่อเพจ “มึงรู้ยัง พัทยา”  มีการแชร์คลิปวีดีโอ พร้อมโพสต์เนื้อหา ซัดกันนัว! Taxi Vs Uber #ลานจอดรถห้างดังย่านพัทยาเหนือ เป็นคลิปทะเลาะวิวาท ระหว่างแท็กซี่กับโชเฟอร์อูเบอร์ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารย์ในโลโซเชียลเป็นอย่างมาก โดยเป็นการอัดวีดีโอ การต่อว่ากล่าวหาชายเสื้อขาว ขับรถยนต์เก๋งสีขาวว่าเป็นแท็กซี่อูเบอร์ ทำผิดกฎหมาย พร้อมตะโกนให้ช่วยกันขับไล่ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรไปมาจำนวนมาก

จากนั้นชายเสื้อขาวได้รับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่ลากกระเป๋าเดินทางมาขึ้นรถ ก่อนจะขับเคลื่อนออกไปแต่ผู้ที่ถ่ายคลิปขวางไว้ ไม่ให้ขับออกไปจากลานจอดรถ พร้อมท้าทายให้ขับชน หลังจากนั้นก็ได้มีการต่อว่าด่าท่อ ก่อนจะมีการถ่ายคลิปกันไปมาแล้วเกิดยื้อแย้งโทรศัพท์กันเกิดขึ้น โดยที่มีนักท่องเที่ยวโดยสารอยู่ที่เบาะหลัง

ต่อมาได้ปรากฏคลิประหว่างชายชุดขาวกับชายชุดน้ำเงิน คาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่ถ่ายคลิป โดดเข้าใส่แลกหมัด เตะ เข่า ศอก ราวกับมีเวทีมวยอยู่กลางลานจอดรถของห้าง  พนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานของห้างได้ออกมาห้ามปรามกันอย่างโกลาหล ก่อนที่ชายชุดขาวจะขับรถยนต์เก๋งออกไป

สอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุประมาณ 14.00 น.เห็นแท็กซี่พัทยา กำลังเถียงกันไปมากับอีกฝ่าย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอูเบอร์ ก่อนจะมีการท้าทาย และเกิดต่อยตีกันกลางลานจอดรถ ซึ่งขณะนั้นมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการออกมายืนมุงดูจำนวนมาก ทางพนักงานรักษาความปลอดภัยก็พยายามเข้ามาระงับเหตุ แต่ทั้งคู่ยังไม่ยอมหยุดจนกระทั่งฝั่งของอูเบอร์ได้รับบาดเจ็บเลือดกำเดาไหล ส่วนผู้โดยสารของอูเบอร์ ด้วยตกใจกลัวจะถูกลูกหลงจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่ภายในห้าง

อย่างไรก็ตามปัญหาระหว่างแท็กซี่ กับอูเบอร์ นั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเป็นปัญหาเรื่อรังมาโดยตลอด ทั้งที่ทางหน่วยงานได้มีการชี้แจงกับกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ไปแล้วนั้น ว่าหากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ถือเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก.