แจ้งข้อหาทั้งตำรวจ-ขาใหญ่ หลังดวลปืนสนั่น ในสถานบันเทิงเมืองพัทยา

0
494

จากกรณีเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อเหตุยิงปืนกับ นายสมชาย แซฉั่ว อายุ 49 ปี หรือ “ไช้ วัดโพธิ์” ขาใหญ่ย่านนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ จ.ส.ต.ปวเรศ บรรจง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดกลางร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสายสาม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ท่ามกลางสายตานักเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งต่อมา ส.ต.ต.นเรศรักษ์ เครือวาระ อายุ 30 ปี สังกัด สภ.วังขอนแดง จ.ปราจีนบุรี  ที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ ได้เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช่ก่อเหตุ ตั้งแต่ในคืนที่เกิดเหตุแล้ว โดยอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวเป็นของ จ.ส.ต.ปวเรศ ที่โดนยิงได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุดเมื่อ 17 กันยายน 61 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินไปทางยังโรงพยาบาลเมืองพัทยา เพื่อเยี่ยมอาการ จ.ส.ต.ปวเรศ บรรจง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 415 โดยจากการสอบถามอาการจากทางแพทย์ทราบว่าขณะนี้อาการของ จ.ส.ต.ปวเรศ อยู่ในขั้นปลอดภัย ซึ่งอาการโดยรวมพบว่าถูกอาวุธปืน 11 ม.ม. ยิงเข้าที่ต้นแขนข้างขวา กระดูกแตก แต่แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย  สามารถพูดคุยและทานอาหารได้ตามปกติ ซึ่งแพทย์จะได้ให้นอนพักรักษาอาการจนปลอดภัย ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.อภิชัย ยังได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมจะดูแลด้านการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการดูอาการของ จ.ส.ต.ปวเรศ ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ถูกกระสุนปืน กรณีเข้าไปห้ามเหตุทะเลาะวิวาท พบว่าขณะนี้ปลอดภัยดีแล้ว คงไม่น่าวิตกกังวลอะไร ขณะที่อาการของ นายสมชาย แซ่ฉั่ว หรือ  “ใช้วัดโพธิ์” ก็มีอาการดีขึ้น แต่ยังคงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และยังคงต้องรักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพพัทยา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหากล่าว นายสมชายจำนวน 2 กระทง ตามหมายศาล ที่ได้ออกหมายจับเลขที่ ฝ 408/2561 ลงวันที่ 17 /09/2561 ได้แก่  การพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และพยายามฆ่า ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุมตัวและคุ้มกันอย่างใกล้ชิด

ส่วน ส.ต.ต.นเรศรักษ์ เครือวาระ สังกัด สภ.วังขอนแดง จ.ปราจีนบุรี ที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสมชาย  ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องข้อกล่าวหาพยายามฆ่าเช่นกัน แต่คงต้องสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง ว่าจะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการป้องกันตัวหรือไม่ เพราะอาจเป็นกระทำการโดยการป้องกันตัว ตามมาตรา 68 ทั้งนี้ เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีการยิงป้องกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะเสียชีวิตได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีการยิงใส่เจ้าหน้าที่อยู่หลายนัด ขณะที่อาวุธปืนของ นายสมชาย นั้นทราบว่าเป็นอาวุธปืนทีมีทะเบียนถูกต้อง และได้รับอนุญาตในการพกพก รวมถึงอาวุธปืนขนาด .22 ม.ม.อีก 1 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นที่บ้านพักแต่ยังไม่พบเท่านั้น

สำหรับสาเหตุของการยิงกันครั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่าวันเกิดเหตุ นายสมชาย กำลังทะเลาะมีปากเสียงกับหญิงสาวคนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งอยู่ด้านข้าง พยายามเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะมีการทะเลาะอย่างรุนแรง ถึงขั้นลงมือใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.