เอาอีก!! เผยคลิปว่อนเน็ตแท็กซี่ป้ายดำพัทยา ล้อมรถอูเบอร์ ต่อหน้านักท่องเที่ยวต่างชาติ

0
87

จากกรณีแชร์สนั่นโลกโซเซียลมาเฟียแท็กซี่ป้ายดำปราสาทสัจธรรม โดยเพจ “เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง”ได้ลงคลิปวีดีโอพร้อมบรรยาย “มาเฟีย#ปราสาทสัจธรรม  พัทยา ไปรับเพื่อนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แฟมิลี่มาร์ท หน้าปราสาทสัจธรรม พวกเดินออกมาจากปราสาท ล้อมรถขู่ไม่ให้รับบอกว่ามีคิวรับจ้าง  อีกคนมาเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ  แล้วขับรถตามมาปาดหน้า ไม่ให้ออกจากซอยตามคลิปนั้นแหละครับ  มาฟียป้ายดำ” จนมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็น และแชร์จำนวนมาก ว่าการกระทำของกลุ่มคิวหน้าปราสาทสัจธรรมนั้นไม่ถูกต้องเพราะตัวเองก็เป็นแท็กซี่ป้ายดำ

ทางด้านผู้สื่อข่าว ได้ตรวจสอบคลิปดังกล่าว มีความยาวประมาณ 59 วินาที ซึ่งเป็นภาพรถฟอร์ด สีดำ  ทะเบียน ขล-9504 ชลบุรี มาจอดขวางด้านหน้า แล้วมีชายสวมเสื้อสีน้ำตาล กลางอกซ้ายปักโลโก้คล้ายโลโก้ปราสาทสัจธรรม  มายืนข้างคนขับ ทั้งๆที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ก่อนคนขับรถคันดังกล่าวจะถามมาจอดรถขวางผมทำไม  ชายอีกคนก็ตอบว่าเปล่าไม่ได้ทำไร  คนขับรถเก๋งจึงตอบไปว่างั้นผมไปแล้วนะ ก่อนเคลื่อนรถออกไปแต่ทางรถฟอร์ดก็ขับขวางไม่ให้ไป

ต่อมามีการโพสต์ลงในเพจ“เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง”โดยผู้โพส “Worawan  Saenkham” พร้อมบรรยายภาพว่า “เราขออธิบาย คุณอูเบอร์บอกว่ามารับเพื่อน  เชิญรับชมคลิปนี้นะค่ะ  เราชวนพวกที่คิด…ได้มาคุยกัน” ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบคลิปที่มีความยาวประมาณ  1.26 นาที  พบว่าได้มีรถเก๋งมิตซูบิชิ  สีแดง  ทะเบียน  4กด-1434 กทม. มาจอดรับนักท่องเที่ยวที่แฟมิลี่มาร์ท หน้าปราสาทสัจธรรม แล้วมีกลุ่มชายฉกรรจ์ 3-4 คน  สวมเสื้อสีน้ำตาลกลางอกซ้ายปักโลโก้คล้ายโลโก้ปราสาทสัจธรรมทุกคน  เดินมาล้อมรถท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ  ซึ่งจริงๆแล้วทางกลุ่มชายฉกรรจ์ สามารถทำแบบนั้นได้ด้วยหรือไม่  เพราะทุกคนก็ขับแท็กซี่ป้ายดำเช่นกัน  แถมยังบอกว่าที่ปราสาทสัจธรรมมีคิวรถอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัญหาแท็กซี่กับรถอูเบอร์ในเมืองพัทยา ยังมีปัญหาอยู่มาก  ส่วนกรณีดังกล่าวเป็นรถแท็กซี่ป้ายดำที่ในเมืองพัทยา ก็มีอยู่จำนวนมากเช่นกัน และจะจอดตามสถานที่ท่องเที่ยว  ห้างสรรพสินค้า  ศูนย์การค้า และตามหน้าโรงแรมแหล่งชุมชน  ซึ่งอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย  หรือเกิดต่อหน้านักท่องเที่ยวโดยการล้อมรถแบบหน้าปราสาทสัจธรรม  เพราะจะทำให้เสียภาพพจน์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้.