สั่งล่าตัวคนร้ายบุกเผาเจาะตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ ฉกเงิน 2.1 ล้าน ลอยนวล

เมื่อ  25 กุมภาพันธ์ 64   พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ชัชวรินทร์ บุนนาค ผกก.สภ.จอมทองจ.เชียงใหม่ ว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกเผาและเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจอมทอง ตั้งอยู่ หมู่ที่  5 ถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่  และฉกเงินสดไปได้กว่า 2 ล้านบาท โดยตู้เอทีเอ็มดังกล่าว ตั้งอยู่ใต้ตึกธนาคารไทยพาณิชย์  ซึ่งธนาคารสาขาดังกล่าวได้ปิดสาขาไป เมื่อเดือน กรกฏาคม 63 ที่ผ่านมา แต่ยังคงเปิดให้บริการตู้เอทีเอ็มให้ประชาชนใช้บริการอยู่  เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาก่อเหตุในช่วงคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยได้งัดกระจก และแอบเข้าไปในตัวอาคาร  จากนั้นตรงเข้าไปด้านหลังของตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะใช้ไฟเผาด้านหลังของตู้เอทีเอ็ม แล้วเจาะกวาดเอาเงินสดไปไม่ต่ำกว่า 2.1 ล้านบาท  ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ทางเจ้าหน้าธนาคารที่ได้นำเงินสด จำนวน 6.2 ล้านบาท มาใส่ไว้ในตู้เอทีเอ็มจำนวน 2 ตู้ ที่ธนาคารดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้กดเงินสด ก่อนถูกคนร้ายคาดว่ามาด้วยกัน ไม่ต่ำกว่า 2 คน ลงมือในครั้งนี้ 


ล่าสุดทางด้าน พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 เปิดเผยว่า  ได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนภาค 5 ลงไปร่วมสืบสวนติดตามคนร้าย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบว่าสาขาธนาคารได้ปิดไปแล้ว แต่ยังให้บริการตู้เอทีเอ็มอยู่  โดยคนร้ายเข้าไปงัดและทำลาย โดยได้เงินสดไปบางส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตาม เบื้องต้นยังไม่ทราบผู้กระทำผิดกี่คน แต่น่าเชื่อว่ามากกว่า 1 คน แน่นอน โดยน่าจะปีนจากด้านหลังธนาคารเข้าไปก่อนจะเข้าไปเผาเจาะตู้เอทีเอ็ม ทั้งนี้คนร้ายน่าจะมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็มพอสมควร จึงสามารถลงมือเอาเงินไปได้ โดยเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นคนร้ายที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ในลักษณะเดียวกันด้วย ในส่วนของความปลอดภัย ได้มีการกำชับอยู่แล้วในเรื่องของสถาบันการเงิน ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อที่เปิดบริการ  24 ชั่วโมง  ให้ตำรวจเพิ่มความเข้ม ในการตรวจตราเพื่อป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ทราบกันดีกว่ามีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีพี่น้องประชาชนบางส่วนตกงาน อาชญากรรมอาจจะเพิ่มตามขึ้นมา.