ศาลจังหวัดพัทยา ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเสี่ยอ้วน คดีฆ่าสปายและฟอส ที่เขาชีจรรย์

0
87

เมื่อ 13.00 น วันที่ 18 กันยายน 62 ศาลจังหวัดพัทยา นัดพิพากษาคดีที่ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน เจ้าของผับที่หาดป่าตองจังหวัดภูเก็ต  พร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันฆ่านางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส บริเวณลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์จ. ชลบุรี เมื่อปี 2561

          โดยศาลจังหวัดพัทยา พิพากษาประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน กับพวก คดีร่วมฆ่าสปาย-ฟอส บริเวณลานจอดรถหน้าเขาชีจรรย์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายสายันต์ มือชี้เป้า ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี จำเลยที่ 3 และ6 ศาลสั่งจำคุกกรรมละ 12 ปี ลดโทษ เหลือรวมจำคุก 16 ปี พร้อมให้จำเลย 1-6 ชดใช้ครอบครัวฟอส 732,000 บาท ครอบครัวสปาย 731,400 บาท

นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษา บอกก็รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาลพัทยา ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไร โดยเล่าว่าเมื่อเข้าไปคำพิพากษานั้น เสี่ยอ้วน ได้ยกมือขอโทษแต่ตนก็ไม่ได้พูดอะไรก็ได้นั่งลง

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 กลุ่มคนร้ายได้ดักยิง สปายและฟอสเสียชีวิต ขณะกำลังเดินขึ้นรถ หลังทั้งคู่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ที่จังหวัดชลบุรี การสืบสวนของตำรวจพบว่าคนวางแผนก่อเหตุคือนายปัญญาหรือเสี่ยอ้วน โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ก่อนวันเกิดเหตุ 2 วันเสี่ยอ้วนเดินทางจากสนามบินภูเก็ต มาลงเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภา ก่อนนัดกับลูกน้องทีมสังหารลงมือก่อเหตุ ก่อนจะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ทางด่านชายแดนจังหวัดสระแก้ว ตำรวจจึงได้ประสานตำรวจกัมพูชาจับกุมเสี่ยอ้วนเอาไว้ได้

        การสอบสวนเสี่ยอ้วนในขณะนั้น ยอมรับลงมือก่อเหตุเพราะแค้นใจ ที่ถูกสปายและฟอสหลอกลวงมาตลอด 3 ปี ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งที่ทั้งคู่คบหากัน ทำให้เขาต้องการล้างแค้นคนทั้งคู่ เพราะเขาทยอยโอนเงินให้สปายและครอบครัวเป็นค่าเลี้ยงดูรวม 7 ล้าน สำหรับ “เสี่ยอ้วน” และทีมสังหาร ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรี ระหว่างการพิจารณาคดีโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว.