ผู้การ 191 นำทีมเอง เข้าอายัดทรัพย์ โรงแรมหลงหม่า พัทยา

0
92

“ผู้การโจ๊ก” นำกำลังตำรวจ และ ปปง. นำหมายเข้าอายัดทรัพย์สินโรงแรมหลงหม่า พัทยา หลังผู้บริหารตกเป็นผู้ต้องหาอั้งยี่-สวมบัตรประชาชน และดำเนินธุรกิจนำเที่ยวศูนย์เหรียญโดยผิดกฎหมาย

เมื่อ 14.30 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 60 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการสอบสวนกลาง ประกอบด้วย ตำรวจ บก.สปพ. , บก.ปอศ. , บก.ปคบ. , บก.ทท. , บก.ตม. , ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน , เจ้าหน้าที่ ปปง. , กรมสรรพากร , กรมธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่ทหาร กว่า 50 นาย เดินทางเข้าตรวจสอบที่โรงแรมหลงหม่า พัทยา ตั้งอยู่เลขที่ 79/34-45 ซอยจอมเทียนฮอลิเดย์ ย่านชายหาดจอมเทียน เขตรอยต่อเมืองพัทยา พื้นที่หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ภายหลังสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีนายอนุชิต เหมารุ่งโรจน์ เป็นผู้บริหาร และเปิดให้บริการห้องพักในลักษณะโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เปิดเผยว่า สำหรับนายอนุชิต เหมารุ่งโรจน์ พื้นเพเป็นชาวจีน แต่ลักลอบสวมบัตรประชาชนไทย เข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยวในนาม “บริษัท ไทย ทง ยี่ จำกัด” ลักษณะต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ และเปิดบริษัท เมืองไทยอินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวลกรุ๊ป จำกัด ในลักษณะนอมินี มีการนำมัคคุเทศก์ชาวจีนผิดกฎหมาย มาทำงานในประเทศไทย จนถูกพักและเพิกถอนใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว และถูกออกหมายจับในหลายพื้นที่ ทั้ง สน.บึงกุ่ม กรุงเทพฯ ในความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประชาชนและทะเบียนราษฎร์ , สภ.พบพระ จ.ตาก ในข้อหาร่วมกับนางยา แซ่ม้า , นายสำเริง มหสถาพร และนายทรงฤทธิ์ มหสถาพร ความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่เพื่อให้ได้มาซึ่งบัตรประชาชน และที่ สน.โคกคราม กรุงเทพฯ ในข้อหาร่วมกับนางพรรณี แซ่ว่าง มีพฤติกรรมทำตัวเป็นอั้งยี่ เพื่อเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวและหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร

กระทั่งวันที่ 27 มิถุนายน 60 ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และคณะกรรมการธุรกรรม มีมติในที่ประชุมให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของนายอนุชิต กับพวก ที่เกี่ยวกับการกระทำผิดไว้ชั่วคราวรวม 42 รายการ ต่อมาวันที่ 14 กรกฎาคม 60 คณะกรรมการธุรกรรม มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมอีกจำนวน 11 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ในส่วนของโรงแรมหลงหม่า ริมชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและอายัดในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการเข้าพักของนักท่องเที่ยว พร้อมกับเชิญนายปิยะ บุญชู ทนายความตัวแทนของผู้บริหารโรงแรมมาพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ และให้เซ็นหนังสือรับทราบคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ก่อนควบคุมตัวหญิงชาวจีนไปดำเนินคดีในข้อหาประกอบวิชาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตการประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ เป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

เนื่องจากผู้ที่ทำธุรกิจด้านนี้ มักจะพานักท่องเที่ยวไปพักยังโรงแรมนอกเมืองที่ไม่ได้มาตรฐาน และโรงแรมที่ผิดกฎหมาย อย่างเช่นโรงแรมแห่งนี้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบการ และมีการต่อเติมโดยผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการจับกุมไปแล้ว แต่ก็ยังลักลอบเปิดอยู่ ทาง ปปง.จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการตรวจสอบพร้อมกับนำหมายอายัดทรัพย์สินมาติดไว้ที่หน้าโรงแรม และสั่งให้ปิดบริการจนกว่าคดีจะสิ้นสุด นอกจากนี้ยังจะได้ดำเนินการเอาผิดฐานฟอกเงินและติดตามจับกุมนายอนุชิต กับพวก ที่ยังอยู่ในระหว่างหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป.