ผกก.บางละมุง แจงปมชาวบ้านพบสำเนาใบสั่ง-บัตรประชาชน พบว่าเป็นของเก่าหมดอายุ

0
74

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 ธันวาคม 62 ที่ผ่านมา ได้มีพลเมืองดีพบบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาใบสั่งจำนวนมาก ถูกนำมาทิ้งไว้ริมป่าข้างทาง ภายในซอย 17/1 ม.8 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง ตำรวจ สภ.บางละมุง จึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบและดำเนินการเก็บไปรักษา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์  ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับสำเนาใบสั่ง และบัตรประจำตัวประชาชน ที่พลเมืองดีพบตกหล่นริมข้างทางทั้งหมดเป็นสำเนาใบสั่งเก่า ตั้งแต่ปี 2553-2554 ส่วนบัตรประจำตัวประชาชน ที่ถูกตรวจพบ ก็หมดอายุไปแล้วหลายปี

พ.ต.อ.พัฒนชัย ได้ชี้แจงด้วยว่า โดยหลังจากที่ตนเองมารับตำแหน่งใหม่ ก็ได้มีนโยบายปรับปรุงภูมิทัศน์ของสถานีตำรวจบางละมุงใหม่ทั้งหมด ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กิจกรรม 5 ส. ต่อมาจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สมัย สมจิต รอง ผกก.สอบสวน เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการจัดเก็บเอกสาร จำพวกสำเนาใบสั่งเก่า และบัตรประจำตัวประชาชน ที่หมดอายุดังกล่าวไปรักษา  ทั้งนี้ระหว่างที่นำเอกสารดังกล่าว ไปเก็บยังบ้านพักส่วนตัว ปรากฏว่าได้มีเอกสารตกหล่นบริเวณริมถนนในจังหวะที่ไม่รู้ตัว เนื่องจากการเคลื่อนย้ายเอกสารมีค่อนข้างเยอะ ก่อนจะมีชาวบ้านไปพบตกหล่นอยู่ริมถนน จึงแจ้งตำรวจไปตรวจสอบและจัดเก็บทันที โดยจากการตรวจสอบพบว่าบัตรประจำตัวประชาชน หมดอายุเกือบ 10 ปี แล้ว โดยไม่สามารถนำไปใช้กระทำการใดๆได้

ต่อมา พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูสถานที่เก็บสำเนาใบสั่งเก่า และบัตรประชาชนที่หมดอายุ ซึ่ งพบว่ายังมีอีกจำนวนมาก ซึ่งทาง ผกก.สภ.บางละมุง ได้สั่งกำชับในการเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษา ให้ใช้ความระมัดระวังรอบคอบ โดยพื้นที่เก็บนั้นเป็นทางเดินซึ่งสมัยก่อนปิดทึบ ทางผู้บริหารจึงประชุม และเห็นว่าควรปรับปรุงเพื่อให้ สภ.บางละมุง ดูใหม่ขึ้น และสะดวกในการบริการประชาชน จนกระทั่งได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักฐานที่ต้องเก็บ เพราะเป็นเอกสารทางราชการ ต้องเก็บอย่างน้อย 10 ปี ถึงจะนำไปทำลายได้  ส่วนที่บัตรประจำตัวหมดอายุจำนวนมาก ตกค้างอยู่ที่สถานีตำรวจ ก็มาจากที่ประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันวินัยจราจร  และถูกจับก็ได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดบัตรประชาชน แต่ไม่ยอมมาจ่ายค่าเปรียบเทียบปรับ โดยไปแจ้งบัตรประจำตัวหายแล้วทำใหม่ ซึ่งสมัยก่อนระบบออนไลน์ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกัน.