“บิ๊กโจ๊ก” แถลงจับไกด์ ข่มขู่เรียกเงินนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังมีผู้เผยคลิปจนกระฉ่อนโซเชียลเมืองจีน ยอดชมกว่า 3 ล้านวิว

0
252

เมื่อ 11 พฤษภาคม 61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 (พัทยา) และ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา ได้นำตัวนาย ลี่ ไห (LI HAI) อายุ 21 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาในคดีประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต (ไกด์เถื่อน) มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลังจากไปข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวจีน ให้ได้รับความกลัว จนมีคนถ่ายคลิปวีดีโอ และนำไปเผยแพร่ประจานในโลกโซเชียลประเทศจีน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีคลิปวิดีโอปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ภายในประเทศจีน ซึ่งมียอดชมสูงถึง 3 ล้านวิว โดยคลิปดังกล่าวบันทึกการสนทนาระหว่างกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน กับชายซึ่งพูดภาษาจีนโต้ตอบกับนักท่องเที่ยว โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงในลักษณะข่มขู่กลุ่มนักท่องเที่ยว จนกระทั่งนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเกิดความหวาดกลัว และหนีจากทัวร์เพื่อเดินทางกลับประเทศ

ภายหลังทราบเรื่อง จึงสั่งการให้ ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา พร้อม สภ.เมืองพัทยา และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ออกหาข่าว กระทั่งสืบทราบว่า เหตุการณ์ที่ปรากฎในคลิปวิดีโอเป็นกรณีของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนรวมทั้งสิ้น 10 คน ที่เดินทางจากประเทศจีน มาท่องเที่ยวในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีบริษัท TYT (ไท่หวันเถิง) จำกัด เป็นผู้ดูแลการท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีนาย ลี่ ไห (LI HAI) อายุ 21 ปี สัญชาติจีน เป็นไกด์นำเที่ยว มีโปรแกรมการท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดระยอง และเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า ส่วนเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ถูกพามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา โดยก่อนหน้าที่จะมีการบันทึกภาพ นายลี่ ไห ได้บังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อของฝาก จากร้านแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา แล้วเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวปฏิเสธที่จะจ่ายเงิน ทำให้ไกด์เถื่อนรายนี้ไม่พอใจ และพูดจาข่มขู่กลุ่มนักท่องเที่ยว จนมีผู้ถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดความเสียหายด้านการท่องเที่ยว จึงติดตามไปจับกุมตัวนายลี่ ไห มาทำการสอบสวนและให้การรับสารภาพว่า ข่มขู่นักท่องเที่ยวจริง เนื่องจากนักท่องเที่ยวปฏิเสธ ที่จะจ่ายเงินที่เรียกให้จ่ายเพิ่มเติม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับไกด์นำเที่ยวหรือผู้ประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว หากพบว่ามีการหลอกลวงหรือข่มขู่ให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ตำรวจจะทำการจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ส่วนกรณีทัวร์ศูนย์เหรียญนั้น ปัจจุบันไม่มีแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกวาดล้างจนหมดไปจากประเทศไทยแล้ว

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนาย ลี่ ไห ว่า “เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” นอกจากนี้ยังจะได้ขออำนาจศาลออกหมายจับนายเจริญพร สุขวิถี อายุ 45 ปี กับนางรัตนา หงษ์ทอง อายุ 39 ปี กรรมการบริหารบริษัท TYT (ไท่หวันเถิง) จำกัด บริษัทต้นสังกัดของนายลี่ ไห ในข้อหาก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงเก็บค่าบริการต่ำกว่ากฎหมายกำหนด และไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย.