นายอำเภอสัตหีบ จับจ่าหนู รอบ 3 นายทุนบุกรุกถางป่าหวังยึดครองที่ดินเขามะละกอ มูลค่า100 ล้าน

0
78

เมื่อ 13.00 น.วันที่ 20 กันยายน 60 นายกฤษณพันธ์ เดชครุธ นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน นายจักรกฤษ แสงกุหลาบ หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามป่าไม้ ชบ.1 (บ่อทอง) นายสมศักดิ์ ทับกลัด กำนันตำบลนาจอมเทียน นายบรรจง สันทวี สารวัตรกำนันตำบลนาจอมเทียน และนายสนอง สุภาผล ผู้ใหญ่บ้านนาจอมเทียนหมู่ 6 ได้สนธิกำลังรวมกว่า 10 นาย เข้าทำการปิดล้อมพื้นที่เชิงเขามะละกอ ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนสามารถจับกุมผู้บุกรุกที่ดินสาธารณะ และแผ้วถางป่า เพื่อหวังครอบครองสิทธิในที่ดิน ได้ผู้กระทำความผิด 2 ราย คือ นายสุนทร ทองโปร่ง หรือจ่าหนู อายุ 53 ปี อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ และ นายประมุข เกตุทอง อายุ 52 ปี พร้อมของกลางรถแบคโฮ 1 คัน ข้อหาร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมี นายจักรกฤษณ์ แสงกุหลาบ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานฯ เป็นผู้กล่าวโทษยื่นฟ้องดำเนินคดี

นายอำเภอสัตหีบ เปิดเผยว่า เขามะละกอ เป็นเนินเขาตั้งอยู่บนเนื้อที่ 22 ไร่ เป็นทำเลทอง หากตีมูลค่านับร้อยล้านบาท ตั้งอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก อาทิ พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ฯลฯ ทำให้นายทุนต่างหวังเข้ามาช่วงชิงเพื่อครอบครองที่ดินผืนนี้ ในอดีตได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ครอบครองโดยไม่ชอบธรรม ก่อนจะมีการเพิกถอนไปในที่สุด จึงสรุปได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงสภาพเป็นป่าตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ให้อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ ที่ผ่านมามีกลุ่มนายทุนอ้างการมีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินถูกต้อง และมีการนำไปขายต่อกันเป็นทอด ๆ ทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อ และเข้ามาบุกรุกแปรสภาพพื้นที่แห่งนี้ ต้องสูญเงินแล้วนับล้านบาท และถูกจับกุมดำเนินคดี ทำให้ปัจจุบันผืนป่าบนเนินเขามะละกอ ได้ถูกแผ้วถางจนเกือบจะเป็นเขาหัวโล้น

และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ได้รับแจ้งจากกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์ นำรถแบคโฮเข้ามาแผ้วถางป่าบนเนินเขามะละกอ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลัง ก่อนจู่โจมเข้าจับกุมผู้บุกรุก เบื้องต้น นายสุนทร หรือจ่าหนู อดีตตำรวจกองปราบ ได้ออกมาแสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดิน โดยอ้างว่า ที่ดินผืนดังกล่าวมีเอกสารสิทธิครอบครองที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่มีเอกสารใดมาแสดง โดยมีการว่าจ้างรถแม็คโครมาทำการปรับพื้นที่ตัดทำลายต้นไม้ ให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถูกทางการจับกุมในลักษณะเช่นนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่รู้จักเข็ดหลาบ บุกรุกเข้ามาแผ้วถาง เพื่อหวังครอบครองที่ดินผืนนี้เป็นของตนเองให้จงได้.