ตำรวจพัทยารวบกะเทยไทย ฉายา “แนน ซอย 8” ใช้มารยาแอบล้วงกระเป๋าเอาเงินหนุ่มผู้ดี

เมื่อ 14.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน 62 พ.ต.อ.ศักดิ์ระพี เพียวพนิช รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก. สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา และกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายวิลาศ วงศ์สุวรรณ์ หรือฉายา “แนน ซอย 8” อายุ 29 ปี สาวประเภทสองก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว โดยมีนายเอนโตนี่ โอมาลลี่ (Mr.Antony O’mally) อายุ 49 ปี ผู้เสียหายชาวอังกฤษ ชี้ตัวยืนยัน

โดยนายเอนโตนี่ ผู้เสียหายเมืองผู้ดีรายนี้ เล่าว่า คืนวันที่ 2 มิถุนายน 62 ที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินเที่ยวอยู่ในถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ทำทีเข้ามาพูดคุยตีสนิท พร้อมทั้งโอบกอดลูบคลำเพื่อชวนไปร่วมหลับนอน จนตนเองถึงกับร่างสยิว และกำลังมีอารมณ์เคลิบเคลิ้ม แต่จู่ๆ ผู้ต้องหากลับผละออกแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนเลยเกิดเอะใจสำรวจทรัพย์สินในตัว ผลปรากฏว่า เงินสดจำนวน 5,000 บาท ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังได้หายไป จึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือกะเทยแสบ ที่เพิ่งจะมาปลุกอารมณ์ใคร่เมื่อไม่นานมานี้แน่ๆ ภานหลังจึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งตำรวจติดต่อมาหาแล้วบอกว่าสามารถจับคนร้ายได้แล้ว ตนเลยเดินทางมาดูตัวและยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุแน่ๆ

“ตนรู้สึกเซอร์ไพร์สเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าตำรวจไทยจะทำงานรวดเร็วทันใจ และสามารถจับคนร้ายได้ไวขนาดนี้ โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจและขอขอบคุณโปลิศไทยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย” นายเอนโตนี่ กล่าวยิ้มๆ

ทางด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ระพี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้บูรณาการกำลังหลายหน่วยลงพื้นที่สืบสวนทันที จนกระทั่งพบว่ากล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด จากการเช็คประวัติพบว่าคนร้ายเป็นสาวประเภทสอง ที่เคยถูกจัดทำประวัติกลุ่มเสี่ยง จึงรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการขออนุมัติหมายจับ หลังจากศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับ ในความผิด “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” จึงเดินทางไปจับกุมคนร้ายได้ที่ห้องพักย่านพัทยาใต้  ทางด้านผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ที่บาร์เบียร์แห่งหนึ่ง กลางซอย 8 ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา หลังจากตกงานจึงได้เดินเตร็ดเตร่หากิน อยู่ในถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุราจนเกิดอาการเมามาย ประกอบกับเครียดไม่มีเงินใช้ จึงตัดสินใจก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวนำเงินไปซื้อเสื้อผ้าและใช้จ่ายไปจนหมด แต่สุดท้ายไม่รอดถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด.