ตำรวจท่องเที่ยว รวบลุงโชเฟอร์แท็กซี่ ลักกระเป๋าเงินชาวจีน เอาไปจ่าค่างวดรถ

0
169

เมื่อ 21 มกราคม 61 พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ร่วมกันควบคุมตัว นายทบ โพริตร์ อายุ 56 ปี โชเฟอร์รถสหกรณ์แท็กซี่ พร้อมด้วยของกลางเป็นรถยนต์แท็กซี่ ยี่ห้อ โตโยต้า สีฟ้า ทะเบียน ทศ-5910 กทม. กระเป๋าเงินยี่ห้อ “หลุยส์ วิคตองส์” 1 ใบ บัตรประจำตัวประ ชาชน นักท่องเที่ยวสัญชาติจีน 1 ใบ บัตรเครดิตและเดบิตธนาคารจีน 3 ใบ และธนบัตรเงินสกุลหยวน 1 ใบ หลังควบคุมตัวได้ขณะมารอรับผู้โดยสาร บริเวณซอยนาเกลือ 22 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ. 22/2561 โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์โดยใช้พาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนคือ นายเซยู ชานดง (Zeyu Shandong) เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ ว่าถูกลักเอาทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์ ขณะนั่งเล่นอยู่บริเวณลอบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่ง บนถนนสายพัทยา-นาเกลือ โดยภายในมีทรัพย์สิน เป็นเงินสกุลหยวนมูลค่า 500 หยวน และเงินไทยอีก 4,000 บาท บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารต่างๆหายไป โดยจากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือคนขับรถแท็กซี่รายนี้  จึงขออนุมัติออกหมายจับ กระทั่งรวบตัวได้พร้อมของกลาง

จากการสอบสวน นายทบ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวไปจริง เนื่องจากเห็นว่ากระเป๋าถูกวางไว้โดยไม่มีคนเฝ้า หรือเจ้าของอยู่ใกล้เคียง ซึ่งเมื่อเปิดกระเปาดูก็พบเงินจำนวนดังกล่าวจึงได้ลักเอาไปเพื่อนำเงินไปจ่ายค่างวดรถที่ติดค้างอยู่ จากนั้นก็นำกระเป๋าไปเก็บซ่อนไว้ในรถ กระทั่งมาถูกจับกุม

พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท.1 กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าสร้างความเสียหายต่อการเป็นเจ้าบ้านที่ดี และส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก จึงสืบสวนติดตามจับกุม  กระทั่งสามารถสืบทราบและรวบตัวได้ ซึ่งสร้างความพอใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก อย่างไรก็ตามนอกจากผู้ก่อเหตุจะถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์แล้ว ทางกรมการขนส่งทางบก จะได้ทำการยึดใบอนุญาติขับขี่ เพื่อไม่ให้นำมาใช้ในการประกอบอาชีพระหว่างขั้นตอนพิจารณาคดี

ทั้งนี้ ระหว่างที่กำลังแถลงข่าวอยู่นั้น นายทบ คนขับแท็กซี่ ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ยกมือไหว้พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับกลุ่มผู้เสียหาย อีกทั้งนี้ยังขอฝากขอโทษพี่น้องอาชีพแท็กซี่ทุกคน ที่ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย  และขอยืนยันว่าหลังจากพ้นโทษก็จะไม่กลับไปทำพฤติกรรมไม่ดีแบบนี้อีกต่อไป.