ตำรวจจับ 2 มังกรจีน แก๊งบัตรเครดิตปลอมข้ามชาติ

0
81

เมื่อ 00.30 วันที่ 12 มกราคม 62 พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ภ.จว.ชลบุรี   พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พร้อมกำลังตำรวจ ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นายเชง หงเฉิน  อายุ 27 ปี สัญชาติไต้หวัน กับนายหวัง ฟูห้วย อายุ 30 ปี สัญชาติจีน สองผู้ต้องหาแก๊งปลอมบัตรเครดิตข้ามชาติ พร้อมของกลางบัตรอิเลคทรอนิกส์ปลอม จำนวน 17 ใบ คอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ข้อมูลในแถบแม่เหล็ก ที่อ่านแปลออกมาเป็นตัวเลขรหัส ของบัตรอิเลคทรอนิกส์ ปลอม 1 แผ่น และเงินสดจำนวน 15,000 บาท

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชาวจีนจำนวน 2 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายเชง หงเฉิน กับนายหวัง ฟูห้วย ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งปลอมบัตรเครดิตข้ามชาติ เดินทางเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย และพักอาศัยอยู่ในเขตเมืองพัทยา ภายหลังจึงออกสืบสวนหาข่าวและเก็บข้อมูลหลักฐาน ก่อนขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายค้น 3 หมาย  เดินทางไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 402/24 , 402/26 และ 402/27 หมู่บ้าน Sea Gull Village ย่านชายหาดจอมเทียน แต่ระหว่างทาง พบนายเชง หงเฉิน กับนายหวัง ฟูห้วย ยืนอยู่หน้าโรงแรม ที.เจ.รีสอร์ท ใกล้เคียงหมู่บ้านเป้าหมาย จึงได้แสดงตัวเป็นตำรวจและขอตรวจค้น พบของกลางบัตรเครดิตปลอม 1 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ จากนั้นจึงคุมตัวทั้งสองคนไปตรวจค้นที่บ้านเช่า พบบัตรเครดิตปลอมอีก 16 ใบ รวมถึงของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ

สอบปากคำ นายเชง หงเฉิน ให้การรับสารภาพว่า บัตรเครดิตปลอมที่พบเป็นของ นายเหวิน ปิง สัญชาติลาว ซึ่งเป็นคนที่ว่าจ้างให้ตนนำบัตรเครดิตปลอมจาก สปป.ลาว ข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ก่อนนำบัตรมาให้เจ้าของเครื่องรูดบัตร เพื่อรูดซื้อสินค้าแบรนด์เนม อาทิ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องประดับ   ก่อนนำไปแปรเป็นเงินสด  แล้วโอนเข้าบัญชีธนาคารไปให้นายเหวิน ปิง ที่ สปป.ลาว โดยตนเองจะได้รับส่วนแบ่งจำนวน 3 เปอร์เซ็นต์ จากเงินที่ได้ทั้งหมด เคยทำยอดจนได้เงินเปอร์เซ็นต์สูงสุดถึง 1 แสนบาท และทำมาแล้ว 3-4 ปี

ด้านนายหวัง ฟูห้วย ผู้ต้องหาอีกรายรับสารภาพว่า ตนเองทำหน้าที่คอยหาข้อมูลในบัตรเครดิตของธนาคารใน สปป.ลาว ก่อนนำไปให้นายเหวิน ปิง โดยจะได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 1-2 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมด และเพิ่งจะทำได้แค่เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาเคยได้รับส่วนแบ่งสูงสุดเป็นเงิน 75,000 บาท

พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง เปิดเผยว่า ในระยะเวลา 3-4 ปีที่ ผู้ต้องหารายแรกใช้บัตรเครดิตปลอมรูดซื้อสินค้า จากการประเมินคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะหลายล้านบาท  ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นลาว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำบัตรอิเลคทรอนิกส์ปลอมขึ้นมาทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบัตรอิเลคทรอนิกส์ที่แท้จริง , ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆ อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นมา” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี นอกจากนี้จะได้ประสานทางการ สปป.ลาว เพื่อส่งข้อมูลคดีนี้ให้ทราบต่อไป.