ตม.ชลบุรี จับกุมนาย จ้างโหดทำทารุณ บังคับใช้แรงงานหญิงสาวชาวลาว

เมื่อ 11.00 น วันที่ 19 สิงหาคม 62 พล.ต.ท สวมพงษ์ ชิงดวง ผบช. สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง.ผบช.สตม.(ปป)พล.ต.ต อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ ภาส ศาริสุขะ รอง.ผบก.ตม.3 พ.ต.อ รัชชพงศ เตี้ยสุด ผบกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกสร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ ได้ร่วมกันแถล่งข่าวการจับกุมและดำเนินคดีผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์  และข่มขื่นเด็กหญิงอายุ 14 ปี

        จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 62 ได้มีพลเมืองดีได้พาเด็กหญิง  เอ (นามสมมุติ)อายุ 14 ปี สัญชาติลาว มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.สมุทรปราการ  แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน แต่ไม่มีเอกสารติดตัวมาด้วย เจ้าหน้าที่ ตม.จึงได้สังเกตเห็นว่าตามร่างกาย และใบหน้ามีร่องรอยการถูกทำร้าย จำนวนหลายบาดแผล จึงได้ทำการสอบถาม จนทราบว่าถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ

      ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.จ.สมุทรปราการ จึงได้ร่วมกันกับทีม สหวิชาชีพ ทำการสัมภาษณ์ คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทราบว่าผู้เสียหายซี่งเป็นเด็กหญิงชาวลาว ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อประมาณ ปี 60 เพื่อมาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้าน คอยเลี้ยงแมว และสุนัข ในบ้านที่เกิดเหตุ โดยตกลงค่าแรงเดือนละ 3,000 บาท โดยค่าจ้างเดือนแรก หักเป็นค่าเดินทาง ค่างจ้างเดือนต่อไป จะโอนเข้าบัญชีของเด็กหญิง เอ สัญชาติลาว และให้นอนในห้องร่วมกันกับ สุนัข และแมว ที่เลี้ยงไว้ ระหว่างที่ทำงานในบ้านที่เกิดกเหตุ ได้ถูกทำร้ายร่างกาย  โดยใช้กรรไกร ตัดกระดาษ กรรไกรตัดแต่งกิ่งต้นไม้ เป็นอาวุธ  ทิ่มตามร่างกาย ตามแขน ขา หลัง หน้าอก มีบาดแผล  และยังใช้ขอแงแข็งคลายสากกะเบือที่บริเวณใบหน้า ปาก  ใช้ไม้แขวนเสื้อยัดเข้าไปในปาก แล้วดึงออกมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่เคยได้รับการรักษา  ปล่อยให้บาดแผลหายเอง ตามธรรมชาติ มีบางครั้งได้ทานยาแก้ปวดบ้าง 

และระหว่างพักอาศัย ที่บ้านที่เกิดเหตุ นายจ้างได้บอกว่า ห้ามออกไปนอกบ้าน หากออกไปจะถูกตำรวจจับ หรือมีคนพาไปโกนหัว ทำให้เด็กหญิง เอ สัญชาติลาว เกิดความกลัว ไม่กล้าออกไปไหน หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจต้องคอยหลบซ่อน ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็น  เมื่อเจ้าหน้าที่กลับไปแล้ว นายจ้างไปตามกลับมา ปกตินายจ้างจะอยู่บ้านตลอดเวลา ไม่ออกไปไหน ต่อมาเมื่อประมาณช่วงต้นปี 62 เด็กหญิงเอ   เห็นโอกาสที่นายจ้างไม่อยู่ จึงได้รีบหลบหนีออกมาจากบ้าน ไปเร่ร่อนอยู่ข้างทาง สักระยะได้มี นาย หลง (นามสมมุติ) พาไปอยู่ด้วย ได้ใช้โอกาสบังขืนใจ ข่มขืนกระทำชำเรา  จนชาวบ้านแถวนั้นเห็นทนไม่ได้ จึงได้พาตัวเด็กหญิง เอ มาแจ้ง ตม.จ.สมุทรปราการ เพื่อให้การช่วยเหลือ และพาไปร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ดำเนินการตามกฎหมาย  ต่อมา กองกำกับการสืบสวน บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 ได้ร่วมกันรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ทำการจับกุมตัวนาย หลง (นามสมมุติ)ในความผิดฐาน “ข่มขืน กระทำชำเรา และ ให้การช่วยเหลือซ่อนเร้น ให้คนต่างด้าว พ้นจากการจับกุม  และสามารถจับกุมตัวนาย หลง (นามสมมุติ)เอาไว้ได้

       และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 62 พนักงานสอบสวน กองกำกับการสืบสวน บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3  ได้รวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัด สมุทรปราการ จับกุมนายจ้าง ในความผิกดฐาน ค้ามนุษย์ และทำร้ายร่างกายสาหัส จนหน้าเสียโฉมอย่างติดตัว ศาลอนุมัติตามขอ และในวันที่ 16 สิงหาคม 62 ได้ขอหมายค้นบ้านที่เกิดเหตุ และทำการจับกุมตัวนายจ้าง พร้อมตรวจสถานที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ฐ  เก็บพยาน หลักฐาน อาวุธ ที่ใช้กระทำผิด เพื่อตรวจสอบพิสูจน์ต่อไป  สำหรับเด็กหญิง เอ สัญชาติลาว ได้รับการคุ้มครองตาม กระบวนการของกฎหมายในฐานะผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต่อไป.