จับ 3 ชาวต่างชาติ ใช้บัตรเครดิตและเงินปลอม ซื้อสินค้าในห้างดังพัทยา

0
101

เมื่อ 18.00 น. วันที่ 18 กันยายน 60 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.กรณ์ สมคะเณย์ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม  พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน กองบังคับการสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี พร้อมกำลังตำรวจศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ จว.ชลบุรี หรือ ศปอช. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายอีกอร์ บริทวิช  (Mr.Igor Britvich) อายุ 36 ปี สัญชาติรัสเซีย กับนายอาร์มัน เชเกโลฟ (Mr.Arman Shegelov) อายุ 30 ปี สัญชาติคาซัคสถาน พร้อมของกลาง บัตรเครดิต 1 ใบ , บัตรวีซ่า ของธนาคารต่างประเทศ 2 ใบ , บัตรมาสเตอร์การ์ด ของธนาคารต่างประเทศ 2 ใบ ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมา , นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อซิติเซ็น 3 เรือน และใบสลิปชำระเงินซื้อสินค้าจำนวน 2 ใบ

ก่อนหน้านี้ตำรวจ ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี ได้รับการประสานจากพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์และกสิกรไทย สาขาพัทยา ว่ามีคนลักลอบใช้บัตรเครดิต และบัตรเอทีเอ็มปลอมไปรูดซื้อสินค้า ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช ริมชายหาดพัทยา จึงนำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบไปตรวจสอบ และพบชายชาวต่างชาติต้องสงสัย 2 คน กำลังเดินหิ้วถุงใส่นาฬิกายี่ห้อแบรนด์เนมชื่อดังจำนวน 3 เรือน อยู่บริเวณลานจอดรถบนชั้น 2 จึงแสดงตัวขอตรวจค้นจนพบของกลางบัตรเครดิตปลอมที่เพิ่งใช้รูดซื้อสินค้ามาสดๆ ร้อนๆ ดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม  ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี

อีกรายตำรวจชุดเดียวกัน จับกุมนายปีเตอร์ วิคโตรอฟ ลิป๊อป (Mr.Peter Viktorov LipovI) อายุ 33 ปี สัญชาติบัลกาเรีย พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็มปลอม 3 ใบ , กระดาษจดรหัสตัวเลข 4 ตัว 5 บรรทัด 1 ใบ , ข้อมูลในแถบแม่เหล็กที่อ่านแปลออกมาเป็นตัวเลขรหัส ของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 1 แผ่น และธนบัตรรัฐบาลไทยฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 2 ฉบับ ภายหลังจากนำธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท ไปซื้อของที่ร้านค้าปลีกภายในห้างเทสโก้ โลตัส พัทยาใต้  โดยมีผู้ประกอบการตกเป็นเหยื่อจำนวน 4 ร้าน เหตุเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 17 กันยายน 60  จึงสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวบัลแกเรียรายนี้ได้ที่ลานจอดรถของห้างโลตัส พัทยาใต้ ในตัวมีบัตรเอทีเอ็มปลอม 3 ใบก่อนนำตัวไปค้นที่ห้องพัก จนพบของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยว่า แนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาชาวรัสเซียและคาซัคสถาน รายแรกที่จับได้ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยาบีช ไม่มีความเกี่ยวพันใดๆ กับผู้ต้องหาชาวบัลกาเรีย ที่จับได้ในห้างโลตัสพัทยาใต้ แต่พฤติกรรมการก่อเหตุจะคล้ายกัน คือลักลอบถอดรหัสจากบัตรของเหยื่อในต่างประเทศ แล้วนำมาก็อปปี้ใส่บัตรปลอมที่มีแถบแม่เหล็ก ก่อนนำไปรูดซื้อสินค้าราคาแพงที่ห้างสรรพสินค้า ในเมืองพัทยา แต่รายหลังยังแอบลักลอบนำธนบัตรที่ใช้วิธีการถ่ายเอกสารมาหลอกซื้อของอีกต่างหาก ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นจากการเช็คข้อมูลตอนนี้มีมูลค่าราวๆ 3 แสนบาทอย่างไรก็ตาม ภายหลังจะได้ทำการสอบสวนขยายผลไปถึงเพื่อนร่วมแก๊งเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้ขอฝากเตือนไปยังประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ส่วนพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องคอยระวังและตรวจเช็คธนบัตรหลังรับมาจากลูกค้า เพื่อจะไม่ตกเป็นเหยื่อเหล่ามิจฉาชีพ.