จับหนุ่มรัสเซียถังแตกค้ายาเสพติด ปรุง ‘ไอซ์-อี’ ปลอมสูตรใหม่ หลอกขายนักท่องเที่ยว

เมื่อ 04.30 น. วันที่ 13 มีนาคม 63 พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.สส.ภ.2 ได้รับรายงานว่า มีชาวต่างชาติลักลอบจำหน่ายยาเสพติดตามสถานบันเทิง ในพื้นที่เมืองพัทยา จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ดุลยพัฒน์ เตชพรยาสินธ์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.2 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปราบปราบยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.2 พร้อมด้วย ร.ต.อ.อัศวิน  กำเนิดสุข รอง สว. นำกำลังออกสืบสวนหาข่าว จนทราบชื่อและข้อมูลบุคคลต้องสงสัย คือ นายแม็กซิม คูร์บาตอฟ Mr.Maxim Kurbatov อายุ 33 ปี สัญชาติรัสเซีย และเช่าบ้านพักอาศัยอยู่เลขที่ 238/323 หมู่บ้านพัทยาลากูน ซอยสำนักงานที่ดิน พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนส่งสายลับเข้าไปตีสนิท เพื่อล่อซื้อยาเสพติด ประเภทโคเคน แต่เนื่องจากนายแม็กซิม มักจะจำหน่ายให้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน อีกทั้งระยะหลังเจ้าตัวมักจะระมัดระวังตัว จึงล่อซื้อไม่สำเร็จ ตำรวจจึงนำกำลังไปซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ใกล้บ้านพัก ภายในหมู่พัทยาลากูน กระทั่งพบนายแม็กซิม เดินถอดเสื้อเหงื่อโทรมกาย เข้ามาในหมู่บ้าน โดยมีหญิงสาวชาวรัสเซีย วัยไล่เลี่ยกัน (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) เดินเคียงคู่มาด้วยท่าทางมีพิรุธ ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้นร่างกาย และอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 เข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่เช่าไว้พักอาศัย พบหญิงสาวชาวรัสเซียอีก 1 คน อยู่ในบ้าน จากการตรวจค้นในห้องนอนบนชั้น 2 พบวัตถุลักษณะเป็นผงทั้งสีขาว และหลากสี รวมถึงยาเม็ดไม่ทราบชนิด บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสแบบรูดปิด จำนวนมาก จึงยึดไว้เพื่อส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีสารเสพติดปะปนอยู่หรือไม่ นอกจากนี้บริเวณหลังบ้านยังพบอุปกรณ์การเสพกัญชา 1 ชุดใหญ่ และเศษบุหรี่ผสมกัญชาที่ร่วงหล่นอยู่ใกล้เคียงเพียงเล็กน้อย

จากนั้นจึงคุมตัวนายแม็กซิม และเพื่อนสาวทั้งสองคน เดินทางไปที่ศูนย์ประสานงาน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง เพื่อสอบสวนขยายผล โดยนายแม็กซิม ให้การยอมรับว่าเมื่อ 2 วันก่อนเพิ่งจะเสพยาไอซ์มา ส่วนเพื่อนสาวทั้งสองคนไม่ได้เสพหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด โดยในอดีตรับว่าเคยลอบค้าโคเคน ให้กับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียตามสถานบันเทิงในเมืองพัทยาจริง แต่ภายหลังเกิดวิกฤตภาวะการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ทัวร์ริสต์จากรัสเซีย ลดน้อยลง ทำให้ขาดรายได้ที่จะมาใช้ในชีวิตประจำวัน จึงหันมาผลิตยาเสพติดปลอมสูตรใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาเอง โดยใช้ส่วนผสมของฝุ่นชอคที่ใช้เขียนกระดานดำ และมีอยู่หลายสี มาผสมกับยาพาราเซตามอล และยาที่มีชื่อว่า “Methylphenidate” ซึ่งต้องใช้ใบรับรองหรือคำสั่งจากแพทย์เท่านั้น ถึงจะซื้อหาตามร้านขายยาทั่วไปได้ กรณีนี้นายแม็กซิม ยังยอมรับอีกว่า ได้ใช้เงินในการติดสินบนพนักงานของร้านขายยาแห่งหนึ่ง ย่านจอมเทียน เพื่อให้ยอมขายยาให้ เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดมาแล้ว ก็จะนำมาบดขยี้ให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนแบ่งย่อย บรรจุลงในถุงพลาสติกใสแบบรูดปิด แล้วนำไปหลอกจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ไปท่องราตรีตามสถานบันเทิง บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ส่วนราคาค่ายาแต่ละถุงนั้น ไม่ได้กำหนดตายตัว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า ว่าลูกค้าต้องการโคเคนหรือแอมเฟตามีน แต่ส่วนใหญ่ตั้งราคาไว้ราว 3-4 พันบาท ต่อ 1 กรัม

หนุ่มแดนหมีขาวรายนี้ ยังเผยผ่านล่ามแปลภาษาอีกว่า “สำหรับสรรพคุณของยาเคปลอมสูตรที่ตัวเองคิดขึ้นมานั้น เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะมีอาการเคลิ้มเล็กน้อยคล้ายคนง่วงนอน ส่วนกัญชาก็ไปหาซื้อกับเอเย่นต์รายย่อยคนหนึ่ง ซึ่งชอบสิงสถิตย์อยู่แถวๆ บาร์เบียร์เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้”

ด้าน พ.ต.อ.ดุลยพัฒน์ เตชพรยาสินธ์ เปิดเผยว่า คดีนี้ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนได้หลักฐานแน่ชัดว่า นายแม็กซิม มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดจริง อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางยังพบอีกว่า ปัจจุบันใบอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด(Overstay)” พร้อมกับจะได้สืบสวนขยายผลไปให้ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงขบวนการยานรก ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าหรือผู้ที่ซื้อยาจากหนุ่มรัสเซียคนนี้ก็ตาม หากมีหลักฐานสาวไปถึงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดก็ตาม.