ฆ่าโหด!! แรงงานกัมพูชา ปาดคอชิงทรัพย์สาวคาราโอเกะ คนร้ายยังลอยนวล

0
426

สาวทำงานไนท์ไลฟ์พากันหวาดผวา หลังเกิดเหตุฆ่าโหดสะเทือนขวัญ แรงงานต่างด้าว ปาดคอชิงทรัพย์สาวคาราโอเกะ ยังหลบหนีลอยนวลในสังคม หวั่นชิงก่อเหตุสะเทือนขวัญซ้ำสอง

เมื่อ 07.30 น.วันที่ 6 กันยายน 61 ร.ต.อ.รัชวุฒิ ทรัพย์ศิริ พนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวง รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกฆาตกรรม ภายในห้องพักเลขที่ 37/619 ตลาดเอกธานี กิโลเมตรที่ 10 ม.1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ พ.ต.อ.ธนชัย อุตสาหกิจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง นายจรูญศักดิ์ งิ้วลาย ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบนที่นอน พบศพ น.ส.ลักษณารีย์ หรือเหมี่ยว สุทธิธรรม อายุ 43 ปี ภูมิลำเนาเลขที่ 34 ม.4 ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พนักงานเสิร์ฟ ร้านอ้อมคาราโอเกะ ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร สภาพนอนจมกองเลือด ถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด จากการชันสูตรพลิกศพพบ ถูกมีดปาดคอ และข้อมือซ้ายตัดเส้นเลือดใหญ่ ไม่พบอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

สอบถาม นางอรวรรณ หมอมตา อายุ 56 ปี เจ้าของร้านอ้อมคาราโอเกะ ให้การว่า ผู้ตายเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ในร้าน มาประมาณ 5 ปี ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ได้ไปนั่งดื่มเบียร์กับลูกค้า ซึ่งคาดว่า เป็นแรงงานชาวกัมพูชา ที่โต๊ะม้านั่งบริเวณหน้าร้าน ก่อนที่ผู้ตายจะมีอาการมึนเมา ขอตัวกลับไปนอนที่ห้องพักใกล้ กระทั่ง มีผู้มาพบเป็นศพเสียชีวิตในรุ่งเช้า

พ.ต.อ.ธนชัย อุตสาหกิจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าห้องพักผู้ตาย ได้บันทึกภาพขณะชายต้องสงสัย ที่นั่งดื่มกับผู้ตายหน้าร้าน ลักษณะผอมสูง สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว เดินตามผู้ตายเข้าไปในห้องพัก สภาพมึนเมา ในช่วงเวลา 00.10 น. หายเข้าไปนาน 3 ชม. ก่อนจะเดินออกจากห้องผู้ตาย ในเวลา 03.10 น.

โดยจากการตรวจสอบพบว่า ทรัพย์สินของผู้ตาย ไม่พบเงินสดในตัว โทรศัพท์มือถือ และกุญแจรถเก๋ง ที่จอดบริเวณหน้าห้องพักได้หายไป เหลือไว้เพียงสร้อยคอทองคำ หนักประมาณ 2 สลึง กับพระเลี่ยมทองที่ขาดวางทิ้งไว้บนโซฟา ซึ่งคนร้ายคงรู้ว่าเป็นของปลอม จึงไม่ได้นำไปด้วย ซึ่งจากหลักฐานคาดว่า คนร้ายเป็นแรงงานชาวกัมพูชา ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ภายในชุมชนช่องแสมสาร และชุมชนบางเสร่ เพื่อออกไปล่าคนร้ายสุดเหี้ยมรายนี้ มาดำคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ฆาตกรรมสุดเหี้ยมโหด ได้สร้างความหวาดผวาไปในหมู่สาวที่ทำงานกลางคืน ซึ่งหวั่นภัยอันตรายจากคนร้ายรายนี้ที่ยังลอยนวล จะย้อนมาลงมือก่อเหตุซ้ำกับหญิงสาวรายอื่น จึงฝากไปยังเจ้าหน้าตำรวจ ขอให้จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับคืนมา.