คู่สามีภรรยาชาวอิตาลี อ้างเป็นพระเอกหนังดัง “จอร์จ คลูนีย์” ตุ๋นเงินเหยื่อแล้วหนีคดีมากบดานที่พัทยา ถูกตำรวจกองปราบตามรวบ

0
107

กรณี พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.กรกช ยืนยง สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปราม และตำรวจประจำสถานทูตอิตาลี ร่วมกันจับกุมตัว นายฟรานเชสโก้ กาเดลลี่ อายุ 58 ปี สัญชาติอิตาลี กับ น.ส.วันจา ก๊อฟฟี่ อายุ 45 ปี ภรรยาสัญชาติเดียวกัน ขณะนั่งอยู่บ้านเลขที่ 22/4 หมู่ 6 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 53 “นายจอร์จ คลูนีย์” พระเอกฮอลลีวูดชื่อดัง เดินทางไปประเทศอิตาลี และร้องต่อศาลเมืองมิลาน เพราะถูกแอบอ้างชื่อ และปลอมลายมือชื่อเพื่อหาผลประโยชน์ จนมีคนตกเป็นเหยื่อหลายราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 40 ล้านบาท และกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

ซึ่งต่อมา ทางการอิตาลีออกหมายจับ นายฟรานเชสโก้ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดง  ขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ “อินเตอร์โพล์” กระทั่งสืบทราบว่านายฟรานเชสโก้ และภรรยา ได้เดินทางหลบหนีมากบดานที่ประเทศไทย และเข้าพักอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าว จึงประสานตำรวจไทยเข้าจับกุมตัว โดยเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายฟรานเชสโก้ ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วน น.ส.วันจา ภรรยา ตั้งข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย  

ความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 62  ตำรวจ สภ.หนองปรือ ได้คุมตัว นายฟรานเชสโก้ และ น.ส.วันจา สองสามี-ภรรยา ส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ซึ่งภายหลังศาลตัดสินว่าทั้งคู่กระทำผิดตามข้อหาข้างต้นจริง จึงส่งตัวมาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อทำประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนที่จะส่งตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพมหานคร และรอส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศอิตาลี โดยมี  Mr.Andrea Vitalone  ผู้อำนวยการฝ่ายบริการตำรวจสากลกรุงโรม และเจ้าหน้าที่สถานทูต มารับตัวที่เมืองพัทยา

สำหรับคดีนี้นายฟรานเชสโก้ ให้การรับสารภาพว่า ได้แอบอ้างตัวเป็น “จอร์จ คลูนีย์” พระเอกฮอลลีวูดคนดัง ดำเนินธุรกิจขายเสื้อผ้าที่อิตาลี เพื่อหลอกผู้เสียหาย จนมีคนตกเป็นเหยื่อมาแล้วหลายราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 40 ล้านบาท  ก่อนที่จะหลบหนีมากบดานในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2557 กระทั่งปัจจุบัน จนกระทั่งทางการอิตาลีประสานตำรวจไทยเข้าจับกุมตัวดังกล่าว.