คดีพลิก! ตำรวจพัทยาจับหนุ่มจีน กรุเรื่องถูกเพื่อนขโมยเงิน

0
71

เมื่อ 17.00 น. วันที่ 4 มกราคม 62 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา และกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา Mr.Jihong Mao อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ในความผิดข้อหาแจ้งความเท็จ

พ.ต.อ.อภิชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ผู้ต้องหา ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาว่า ถูกลักกระเป๋าสะพาย ภายในมีทรัพย์สินเงินสดจำนวนมาก โดยจากการสอบปากคำทราบว่า วันที่ 31 ธันวาคม 61 ผู้ต้องหา ได้พบกับสองหนุ่มสาวชาวจีน ซึ่งเป็นแฟนกัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และชักชวนกันมาเที่ยว และพักอาศัยกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนพัทยาสายสอง

ต่อมาวันที่ 2 มกราคม 62 ผู้ต้องหาและเพื่อน ได้ออกมาเที่ยวที่ชายหาดพัทยา โดยผู้ต้องหาได้นำกระเป๋าสะพาย ยี่ห้อ Gucci สีม่วง ภายในมีทรัพย์สินคือเงินสด 20,000 ดอลล่าร์ เงินสด 10,000 หยวน และเงินสด 70,000 บาท ขณะผู้ต้องหาได้ลงไปเล่นน้ำทะเล ได้ฝากกระเป๋าใบดังกล่าวไว้กับเพื่อนสองหนุ่มสาวชาวจีน แล้วลืมขอกระเป๋าคืน จนกระทั่งผ่านไปอีกวัน ผู้ต้องหานึกขึ้นได้ จึงไปหาชายหญิงชาวจีนที่ห้องพัก แต่ปรากฎว่าทั้งสองคนได้หนีออกจากโรงแรมไปแล้ว และไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ อีกทั้งยังพบว่าหนังสือเดินทางของตนได้หายไปจากห้องพักด้วยเช่นกัน จึงรีบมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ สอบถามพนักงานโรงแรม ที่กลุ่มผู้ต้องหาและเพื่อนเข้าพัก ทราบว่าชายหญิงชาวจีนคู่ดังกล่าวนั้นชื่อว่า Mr.Liang Yaxi อายุ 27 ปี และ Ms.Li Yiyingอายุ 25 ปี และสืบทราบว่าบุคคลทั้งสอง ได้ย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแอดมาย พรีเมียร์สวีท ซอยพัทยากลาง 12 จึงเดินทางไปเชิญบุคคลทั้งสองพร้อมทำการสอบปากคำ

โดยจากการสอบปากคำโดยละเอียดคู่รักชายหญิงและผู้แจ้ง ได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พวกตนนั้นรู้จักกันมาก่อน โดยเป็นเพื่อนกัน แต่วันเกิดเหตุพวกตนมีปัญหาทะเลาะกัน จึงแยกย้ายกันอยู่คนละโรงแรม โดยคู่ชายหญิงได้เก็บหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาไว้ เนื่องจากตนเองนั้นถูกหลอกพาไปเที่ยว และถูกชาร์จเงินเป็น 10 เท่า จึงเก็บหนังสือเดินทางผู้ต้องหาไว้เพื่อไปแจ้งความ แต่กลับถูกผู้ต้องหาสร้างเรื่องขึ้น แล้วไปแจ้งร้องทุกข์เท็จ กับตำรวจดังกล่าว         เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ต้องแจ้งความเท็จ เนื่องจากต้องการให้ดูเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อตำรวจจะได้สนใจในคดีและเร่งรีบติดตามคดีให้กับตนเอง อย่างไรก็ตามการแจ้งความเท็จเป็นการกระทำความผิดกฏหมาย และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่เมืองพัทยาและประเทศไทย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป