การเผาหญ้า-ขยะ ถือเป็นความผิดอาญา มีโทษตั้งแต่จำคุก 1 เดือน ถึง 7 ปีหรือสั่งปรับได้ตั้งแต่ 2,000-14,000 บาท

0
70

เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 62 ผู้สื่อข่าวติดตามข้อมูลจากการที่ กองปราบปราม (CSD) และทางฝ่ายประชาสัมพันธ์เมืองพัทยา โพสต์ข้อความนำเสนอ ความรู้ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเผาหญ้า ขยะ และสิ่งไม่พึงประสงค์ในที่โล่งแจ้ง ผ่านทางเฟซบุ๊กของกองปราบปราม  เพื่อแจ้งให้ประชาชนได้ศึกษาแง่มุมของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาฝุ่นละออง รวมถึงรับรู้ความผิดและอัตราโทษ ซึ่งเผาหญ้า ขยะ และสิ่งไม่พึงประสงค์ ถือเป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุของการเกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ซึ่งในปัจจุบันข้อมูลจาก งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา  และเทศบาลเมืองหนองปรือพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวยังพบมีผู้ฝ่าฝืน การการเผาขยะหรือเผาป่าหญ้าอยู่เป็นระยะๆ เนื่องจากได้มีประชาชนหรือผู้ร้องเรียนมายังศูนย์รับแจ้งเหตุ  และได้ทำการส่งเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุดังกล่าว เพราะโดยมากจะยังไม่ทราบถึงบทลงโทษ แต่หากเจอเหตุการณ์ซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ก็จะทำการว่ากล่าวตักเตือนในเบื้องต้น แต่ตามข้อกฎหมายแล้ว มีความผิดร้ายแรงทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับการเผาในที่โล่งแจ้ง เช่น การเผากำจัดขยะมูลฝอย หญ้า หรือสิ่งอันไม่พึงประสงค์ใดๆ มักนิยมใช้วิธีการใช้เชื้อเพลิงจุดเผาเพราะเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างรวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งการกำจัดเศษซากพืชหรือขยะด้วยวิธีนี้ นอกจากจะทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กแล้ว ยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญกับผู้อื่นในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากกลุ่มควันฝุ่นละอองจากขี้เถ้า และยังอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามได้อีกด้วย

ซึ่งการกระทำเหล่านี้มีกฎหมายอัตราโทษไว้ ตามระดับของความร้ายแรงแห่งการกระทำ คือ การเผาหญ้า หรือขยะ หรือสิ่งอื่นใดในที่ดินของตนเองนั้น ยังไม่รุนแรงถึงขั้นที่อาจจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของบุคคลอื่น เพียงแต่ก่อให้เกิด กลิ่น แสง สี เสียง รังสี ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แก่ผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง เป็นความผิดอาญา โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25 ,26,28,74 ) แต่หากมีความรุนแรงถึงขั้นที่ “น่าจะ” เป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เช่นนี้เจ้าของที่ดินผู้เผาจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 220 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท ทั้งนี้โดยที่ไม่ต้องเกิดเพลิงไหม้หรือความเสียหายขึ้น  เพียงแต่น่าจะเกิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 220 แล้ว หากเกิดอันตรายขึ้นแก่ทรัพย์สินหรือบุคคลอื่นจริงๆ ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 218 หรือมาตรา 224 แล้วแต่กรณี ซึ่งมีระวางโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ยกเว้นหากทรัพย์สินที่เกิดเพลิงไหม้หรืออาจจะเกิดเพลิงไหม้นั้นมีราคาเล็กน้อย.