กรณีเด็กหญิงลูกครึ่งไทย-ยูเออี. ถูกหญิงทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ ในร้านสะดวกซื้อ ล่าสุดสาวที่ลงมือเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา สารภาพที่ทำไปเพราะโมโหที่เด็กวิ่งตัดหน้ารถ จนทำให้ล้มบาดเจ็บ

0
268

จากกรณีที่ นางเพ็ญศรี ศรีคง อายุ 51 ปี พา “น้องอริส” (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นยาย พาหลานสาววัย 8 ขวบ ลูกครึ่งไทย-สหรัฐอาหรับอามิเรตส์  เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  ว่าหลานสาวได้ถูกหญิงไทยไม่ทราบชื่อ ทำร้ายร่างกายภายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ซอยเขาตาโล 1/2 ม.11 ต.หนองปรือ จ.ชลบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 15 ต่อเนื่องวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา สาเหตุเพราะโมโห ที่เด็กวิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์ ทำให้รถประสบอุบัติเหตุล้ม จนหญิงคนดังกล่าวกับมารดาที่นั่งซ้อนท้ายมาได้รับบาดเจ็บ

ความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 61 น.ส.พรธิดา วงษ์สุวรรณ อายุ 22 ปี ชาว จ.สกลนคร หญิงสาวที่ลงมือทำร้ายเด็ก พร้อมด้วย นางเตือนใจ แก้วกลาง อายุ 55 ปี มารดา ซึ่งอยู่ในสภาพมีบาดแผลที่หัวเข่า เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตำรวจได้ทำการสอบปากคำอยู่ราว 1 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตการณ์ จากนั้นนำตัว น.ส.พรธิดา ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนปล่อยตัวไป

ภายหลังผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริง และเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่า น.ส.พรธิดา ไม่ยอมพูด หรือเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง มีเพียงนางเตือนใจ ที่กล่าวสั้นๆ ว่าไม่อยากพูดอะไร ส่วนกรณีที่ถูกคนในโลกโซเชียลโจมตีนั้น ส่วนตัวคิดว่าใครอยากจะด่าว่าอย่างไรก็เชิญตามสบาย ตนกับลูกสาวจะไม่ขอตอบโต้ใดๆ

ทางด้าน ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ เผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตราย ทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งคงต้องรอผลตรวจร่างกายเด็กจากแพทย์อีกครั้ง หากแพทย์ลงความเห็นว่าอาการของเด็กสาหัส ก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยทาง น.ส.พรธิดา ได้ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะโมโห และเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก น.ส.พรธิดา เข้าพบตำรวจเอง จึงทำได้เพียงแค่แจ้งข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัวไป โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาประกันตัว

ขณะที่นายอำพล ศรีคง ลุงของเด็ก ที่เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ “น้องอลิส”  นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.บางละมุง แต่ญาติๆ ปรึกษากันว่าจะย้ายเด็กไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ทั้งนี้แพทย์ระบุว่า เด็กอาจมีอาการสมองบวม ซึ่งต้องเข้ารับการแบบทีซีสแกน หรือการเอกซเรย์สมองด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจเช็คสมองอย่างละเอียดอีกครั้ง

“ตนอยากจะถามผู้ก่อเหตุเหมือนกันว่า จิตใจทำด้วยอะไร เด็กอายุแค่ 8 ขวบยังลงมือทำร้ายร่างกายได้ลงคอ ทั้งๆ ที่เด็กไม่มีทางสู้ ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อจากคู่กรณี แต่ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” นายอำพล กล่าว.