สภาพัฒน์ฯ เผยเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ติดลบเหตุยังปิดประเทศ ผับบาร์เมืองพัทยา 70 % ต้องพึ่งต่างชาติ

เมื่อ 19 สิงหาคม 63 จากสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม หลังจากที่ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ทุกอย่างในประเทสไทยทยอยเปิดตัวให้บริการตามปกติ  แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือการที่มาใช้บริการของประชาชนและนักท่องเที่ยวน้อยลง  ตามคำบอกเล่าของผู้ประกอบการ ที่ผู้สื่อข่าวเคยสำรวจ โดยรวมเมืองพัทยา สถานการณ์การท่องเที่ยวของผับ บาร์ ร้านนวด    มีการปรับตัวเปิดให้บริการเร็วขึ้น จะเห็นได้ว่าจากเดิม 3-4 ทุ่ม ถึงจะเปิดให้บริการ ปัจจุบัน ประมาณ 1 ทุ่ม ผับ บาร์ ต่างๆเริ่มพร้อมให้บริการแล้ว เนื่องจากเวลาการปิดยังคงตามมาตราการเดิม คือไม่เกิน 24.00 น. ผู้ประการหลายรายในย่านทรีทาวน์ซอยบัวขาว และวอล์กกิ้งสตรีท เผยว่า ผับ-บาร์ ในเมืองพัทยากว่า 70 %  ยังต้องพึ่งลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  


–>

 ในขณะที่งานกลางวัน ส่วนใหญ่ครึ่งหนึ่งของคนพัทยา
หรือต่างจังหวัดที่มาทำงานในเมืองพัทยา เป็นพนักงานโรงแรม พนักงานบริษัท หลายสถานที่ยังไม่เปิดให้บริการ เพราะไม่คุ้มค่าประกอบการทางธุรกิจ
เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว กลุ่มคนเหล่านี้ยังพอได้รับเงินเยี่ยวยาจากทางประกันสังคม
แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ ปัญหาฉกชิงวิ่งราว ปล้น มิจฉาชีพ
ในรูปแบบต่างๆก็เมากขึ้น กเดจากการว่างงาน ไม่มีงานทำ  

ทั้งนี้ผ่านมาแล้วครึ่งทาง สำหรับปี 2563 ที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก สำหรับผู้ประกอบการไทย หลังต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ฉุดรั้งให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีแนวโน้มหดตัวสูงสุด ในรอบหลายทศวรรษ แม้ล่าสุดสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย จะสามารถควบคุมได้ดีจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอุปสงค์ในประเทศโดยเฉพาะการบริโภคเริ่มมีสัญญาณกระเตื้องขึ้น แต่สถานการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก ยังมีวิกฤตจากจำนวนผู้ป่วยใหม่รายวัน ที่ทำสถิติสูงสุด ส่งผลให้อุปสงค์จากต่างประเทศ ที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย ยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงลงต่อเนื่อง สะท้อนได้จากมูลค่าส่งออกล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2563 ที่หดตัวถึง 22.5% ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ผลักดันให้การส่งออก 5 เดือนแรกปี 2563 หดตัว 3.7%

 ดร.ดอน นาครทรรพ
 ผู้อำนวยการอาวุโส  สายนโยบายการเงิน แถลงว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน
2563 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน
จากการทยอยผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น
โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ
เครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน และการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง
ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน อย่างไรก็ดีภาคการท่องเที่ยวหดตัวสูงต่อเนื่อง
จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังคงมีอยู่

ด้าน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย
ในไตรมาสที่ 2/2563 ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
และการกีดกันทางการค้าตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 61 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับเศรษฐกิจไทย
ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตั้งแต่ไตรมาส 1/63 จึงส่งผลให้เศรษกิจไทยใน 2/63 ลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่
-12.2% จากตลาดคาด -13% ถึง -17%   จีดีพีในไตรมาสที่ 1/2563 ลดลง 1.8%.