ย้ำตรึงราคาสินค้าบางส่วนไม่ให้แพง พร้อมเร่งออกมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ก่อนมีนาคม

0
595

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวถึงราคาสินค้าแพงในขณะนี้ ว่า ส่วนหนึ่งรัฐบาลได้พยายามที่จะบริหารจัดการดูแลอยู่แล้ว หากสินค้าตัวไหนที่สามารถตรึงราคาได้ รัฐบาลก็พยายามจะดำเนินการ แต่บางส่วนก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลตลาด โดยจะเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น กรณีที่สินค้าขาดแคลน ส่วนหนึ่งอย่ามองเฉพาะราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องดูวิธีบริหารจัดการอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย โดยจากการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย การควบคุมอัตราเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในเป้าหมาย จึงเชื่อว่า อัตราเงินเฟ้อในประเทศไทย จะอยู่ในกรอบร้อยละ 1-3 แต่หากเงินเฟ้อขยับใกล้เคียง ร้อยละ 3 ก็จะมีการประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว และย้ำว่า การตรึงราคาสินค้าบางส่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ประชาชนอย่าได้วิตกมากจนเกินไป ยืนยันรัฐบาลเตรียมรับมือไว้แล้ว ส่วนสาเหตุของการเกิดอัตราเงินเฟ้อ ที่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีความต้องการของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น ทำให้มีความต้องการสูงขึ้น ขณะที่ในช่วงโควิดที่ผ่านมาการผลิตมีการชะลอตัว มีการชะลอการลงทุนจากภาวะล็อกดาวน์ ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าที่จะขยายกำลังการผลิต และการผลิตสินค้าบางส่วนยังคงชะงักงั้น จากการแพร่ระบาดโควิด สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งมองว่า เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวและเชื่อว่ากำลังการผลิตจะมากขึ้น หากควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี


สำหรับมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 จะออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อใด นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ก็จะเร่งหารือกับกับกระทรวงการคลัง โดยต้องดูสถานการณ์เศรษฐกิจในไทยและในโลกด้วย ว่ามีผลกระทบอย่างไร ส่วนจะเร่งมาตรการนี้ให้เร็วขึ้นก่อนเดือมมีนาคมหรือไม่ ก็มีความเป็นไปได้ แต่ต้องหารืออีกทีและอาจจะมีมาตรการอื่นๆ ด้วย รวมถึงการนำเม็ดเงินของรัฐบาล ลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำลังดูรายละเอียดโครงการของทุกกระทรวงอยู่ เพื่อนำไปสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานสู่ท้องถิ่น


ด้านมาตรการจูงใจซื้อรถไฟฟ้า(อีวี) นายสุพัฒนพงษ์ ย้ำว่า จะมีการนำเสนอมาตรการนี้ ต่อที่ประชุม ครม. ในต้นปีนี้ โดยนักลงทุนญี่ปุ่นก็พร้อมที่มาลงทุนในไทย ซึ่งเตรียมประกาศเจตนารมย์ที่เป็นทางการในเร็วๆ และตนเองพร้อมที่จะเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น ราวเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะไปนำเสนอเรื่องของความพร้อมและความคืบหน้าในการเดินหน้าพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งมีการพัฒนาในหลายๆด้าน รวมถึงไทยก็จะนำเสนอแผนส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ๆ อีกทั้งมีแผนที่จะดึงดูดนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย