มั่นใจ เศรษฐกิจจะไม่เข้าสู่ภาวะชะงักงันจาะสถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติ

0
433

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หน้าที่ของของธนาคารแห่งประเทศไทยต้องทำให้ระบบการเงินทั้งธนาคารพาพิชย์ ตลาดเงิน สามารถทำงานได้ตามปกติ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญ หากสินเชื่อหดตัวธุรกิจขาดสภาพคล่อง เริ่มต้นด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ให้ภาคการเงินธนาคารสามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ



ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อปัจจุบันอยู่ที่ 15 ล้านล้านบาท ถือว่าขยายตัวเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แม้ที่ผ่านมากลไกทางการเงินของไทยยังดีในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ดีพอ จึงจำเป็นต้องออกกลไกเสริมและเติมเงินใหม่ ผ่านการออก พ.ร.ก. ฟื้นฟู ปรับโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้ ให้กับกลุ่ม SMEs กลุ่มภาคการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมโรงแรมที่พัก ซึ่งหลายประเทศได้ดำเนินนโยบายแก้ไปปัญหาที่คล้ายกันคือ นโยบายด้านการคลังแม้ต้องยอมให้มีการขาดดุลงบประมาณ หรือหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นบ้าง ควบคู่กับนโยบายการเงินเพื่อให้ระบบธนาคารและตลาดการเงินทำงานได้อย่างเป็นปกติ


สำหรับกณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า เมื่อเกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติอาจส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หรือผู้ Stagflation ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันอย่างแน่นอน แม้อัตราเงินเฟ้อของไทยจะปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่ากรอบเป้าหมายอยู่ที่ร้อยละ 4.9 เชื่อว่าจะทยอยลดลง รวมถึงตัวเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวดีจากปีก่อน โดย ธปท.คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบจากปีก่อนที่เติบโตเพียงร้อยละ 1.6 ดังนั้นภาวะ Stagflation จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน แต่ยังต้องมีการออกมาตรการเพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบการเงินในช่วงที่เกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ