ก.คลัง แจงมาตรการช้อปดีมีคืน คาดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 192,000 ล้านบาท

0
95

เมื่อ  12 ตุลาคม 63  ผู้สื่อข่าวติดตามสถานการณ์ เศรษฐกิจในประเทศ และในเมืองพัทยา โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยา ได้มีการจัดหลายกิจกรรมที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจ โดยงานที่ผ่านมา คือ พัทยา​ ทราเวล​ มาร์ท ซึ่งมี สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี​ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี​ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพัทยา​ เมืองพัทยา​ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่างๆในเมืองพัทยา​ เข้าร่วมงานพัทยาทราเวลมาร์ท​ (Pattaya Travel Mart 2020)​ เพื่อหารือกับ บริษัท นำเที่ยวภายในประเทศและนิคมโรงงานอุตสาหกรรม​ กระตุ้นการท่องเที่ยวระยะใกล้และกลุ่มประชุมสัมมนา​ เพื่อกู้สถานการณ์ท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19


ทางด้าน นายสนธยา​ คุณปลื้ม​ นายกเมืองพัทยากล่าวว่า สำหรับงานพัทยาทราเวลมาร์ท​ ในปีนี้ เป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือร่วมใจ​ พี่น้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว​ ซึ่งต้องพึ่งพากัน​ เพื่อประโยชน์และสร้างรายได้ตลอดทั้งสร้างความมั่นใจให้กับผู้เดินทางถึงความปลอดภัยในสุขอนามัยราคาที่เป็นมิตร​ ระบบคมนาคม​ การเดินทางที่สะดวกสบาย​ และการบริการที่เป็นมืออาชีพของผู้ประกอบการในเมืองพัทยา​ จะสร้างความมั่นใจ ซึ่งนับเป็นการบูรณาการด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน​อย่างเข้มแข็ง​ ทำให้การท่องเที่ยวของเมืองพัทยากลับมารุ่งโรจน์เช่นเดิมอีกครั้ง  ผู้สื่อข่าวรายงานเพื่มเติมจากการสำรวจพบว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ยังคงต้องอาศัยการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในประเทศ ยังคงคาดหวังได้น้อย   

โดยได้สอบถามผู้ประการต่างๆหลายรายหลากรายอาชีพ อาทิ ร้านอาหารริมชายหาดจอมเทียนชื่อร้านข้าวต้ม 5 บาท ซึ่งน้องมุขระวี หรือน้องมุขกี้ (สงวนนามสกุล) เดิมที่จะเปิดเป็นแบบต้อนรับลุกค้าชาวต่างชาติกว่า 80 % แต่หลังผลกระทบโควิด ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาอาศัย แค่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติภายในประเทศ ทางร้านก็ได้มีการปรับตัวมีการลดราคาค่าอาหาร 10 % แก่ลูกค้าประจำ และจัดโปรพิซซ่า ถาดใหญ่แป้งบาง เพียงถาดละ 189 บาท ก็สามารถช่วยดึงดูดลุกค้าและสร้างงานให้กับพนักงานได้ในระดับหนึ่ง

ล่าสุด 12 ตุลาคม 63 กระทรวงการคลัง ชี้แจงว่ามาตรการช้อปดีมีคืน เป็น 1 ใน 3 มาตรการ เพื่อรักษาระดับการบริโภคในประเทศ นอกเหนือจากโครงการคนละครึ่ง และโครงการเพิ่มกำลังซื้อ ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง ซึ่งทั้ง 3 มาตรการจะครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วนกว่า 28 ล้านคน  และคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 192,000 ล้านบาท และคาดว่าจีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.54   ขณะที่มาตรการช้อปดีมีคืน มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ที่จะดูแลช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กที่ประกอบกิจการขายสินค้าหาบเร่แผงลอยที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 226,161 ร้าน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2563) นอกจากนี้ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน โดยการเพิ่มวงเงินพิเศษสำหรับซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคสำหรับซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็น 500 บาท/คน/เดือน 3 เดือน (ตุลาคม -ธันวาคม 63) ซึ่งกระทรวงการคลังโอนเงินงวดแรกไปแล้ว เมื่อวัน 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา.