กลุ่มทุนโรงแรมจี้รัฐพยุงสภาพคล่อง วอนเร่งเปิดประเทศ ก่อนธุรกิจไปไม่รอด

0
1460

เมื่อ 19 พฤศจิกายน 63 กลุ่มทุนโรงแรม ร้องรัฐช่วยพยุงสภาพคล่อง เดินหน้านโยบายการคลัง เปิดประกันหนี้-อุ้มหุ้นกู้ ขยายเวลาลดเงินประกันสังคม-ภาษีสิ่งปลูกสร้าง ชงแนวทางโคเพย์เงินเดือนลูกจ้างพยุงการจ้างงาน ยันอัตราเข้าพักเฉลี่ยยังไม่ขยับ ย้ำหากรัฐยังไม่เปิดประเทศธุรกิจล้มตายเพียบแน่

จากกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดให้มีการประชุมหารือกับผู้บริหารระดับสูง ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง รวมกว่า 10 บริษัทใหญ่ รวมถึงสมาคมโรงแรมไทย เพื่อระดมความคิดเห็น และหาแนวทางในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หลังวิกฤตการณ์โควิด-19 เมื่อ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ขณะที่กลุ่มธุรกิจการคลัง มีสภาพคล่องล้นจากการนำเงินเข้าฝาก และการเลี่ยงปล่อยกู้หนีความเสี่ยง จึงขอเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนนโยบายทางด้านการคลังเพื่อพยุงผู้ประกอบการ โดยเปิดให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถประกันเงินกู้กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุน 

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยผ่อนคลายระเบียบและเวลาการชำระหุ้นกู้ที่หลายบริษัทใกล้ถึงกำหนดชำระ รวมถึงให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้สายการบิน เพื่อให้สายการบินที่เป็นต้นทางนำนักท่องเที่ยว ให้เดินทางภายในประเทศสามารถอยู่รอดได้ด้วย นอกจากนั้น ยังสนับสนุนให้กระทรวงเดินหน้านโยบายตั้งกองทุน เพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่พักที่ผู้ประกอบการไม่สามารถพยุงกิจการเอาไว้ได้ โดยให้นำกิจการมาฝากเข้ากับกองทุน พร้อมระบุระยะเวลาซื้อคืนได้เมื่อสามารถฟื้นฟูกิจการได้  รวมทั้งให้ภาครัฐนำแนวคิดเหลื่อมเวลาทำงาน นำร่องให้ข้าราชการเลือกวันทำงานเองได้ เพื่อลดการกระจุกตัว เดินทางท่องเที่ยวในวันเสาร์และอาทิตย์ และเตรียมพร้อมระบบตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ให้เชื่อมต่ออัตโนมัติ กับใบอนุญาตเข้าประเทศ เพื่อทำแทรเวลบับเบิ้ลต่อไปในอนาคต


ขณะที่นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมากลุ่มบริษัทขาดทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขในไทยกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท โดยกลุ่มพยายามช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ทั้งการเปิดระดมทุน การออกบอนด์ หุ้นกู้ ฯลฯ จนสามารถผลักดันให้บริษัทผ่านปีนี้ไปได้

“หากรัฐบาลยังไม่มีการเปิดประเทศอย่างมีนัยสำคัญเร็ว ๆ นี้ก็ยากที่บริษัทจะสามารถดำเนินการต่อได้ตามปกติ จึงขอให้ภาครัฐพิจารณาการเปิดประเทศ แบบแทรเวลบับเบิล รวมถึงการลดวันกักตัว รวมถึงหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่มเติมให้สามารถรักษาการจ้างงานไว้ได้”

นายภาคภูมิ ประพาสวุฒิ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารธุรกิจโรงแรม บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในขณะที่ไทยฟื้นตัวจากโควิด-19 ก่อนประเทศอื่น ๆ แต่กลับมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยชะงักอยู่ราว 20% และในต่างจังหวัดมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่แค่ราว 5-10% เท่านั้น ขณะที่ในจีนมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 50-60% ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยถึง 30-40% แล้ว จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่ไทยควรทำให้โควิด-19 เป็นเรื่องปกติ เป็นโรคโรคหนึ่งที่ตรวจพบและรักษาได้ เพื่อให้คนไทยเรียนรู้และเลิกหวาดกลัว

“การที่เราไม่รู้แนวทางการดำเนินการตอนนี้และขาดความชัดเจน ทั้งเรื่องมาตรการต่าง ๆ และการเปิดประเทศของรัฐทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนได้ ว่าจะเดินอย่างไรต่อไป จะเอาคนออก รับคนเพิ่ม ลงทุนต่อหรือหยุดลงทุนก็ตอบไม่ได้”

ด้านนางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทยและรองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล กล่าวว่า ได้เสนอให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมใน 3 ข้อหลัก ประกอบด้วย ช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงาน 50% เพื่อพยุงการจ้างงานไว้  ขยายระยะเวลาลดเงินสมทบประกันสังคมเหลือ 2% ต่อไป จากที่จะสิ้นสุดในช่วงปลายปี 2563  ช่วยลดหรือขยายเวลาชำระภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไป

ขณะที่นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเซ็นเตอร์ พอยต์ และแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ และนายพันธุ์พัฒน์ กัลยา ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดด้านธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมชาเทรียม แอนด์ เรซิเดนซ์ เสนอให้กระทรวงช่วยพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2-3 เท่าให้กับนักท่องเที่ยวใน 6 เดือนแรกของปี 2564  พร้อมทั้งเพิ่มวันหยุด เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว อาทิ กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและกลางกลุ่มผู้เกษียณอายุออกมาท่องเที่ยวมากขึ้น.