34.2 C
Pattaya
Wednesday, May 27, 2020
Home ร้องเรียนผ่านสื่อ

ร้องเรียนผ่านสื่อ

นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งข้อสงสัย ตู้โทรศัพท์สาธารณะย่านพัทยาสาย 2 กลายเป็นแหล่งสะสมขยะ

เมื่อ 16 มกราคม 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างที่อยู่ในเมืองพัทยา ผ่านทางกล่องรับเรื่องร้องเรียนของ “พัทยาเมล์” ว่ามีตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตลอดแนวถนนพัทยาสาย 2 เสื่อมโทรมใช้การไม่ได้ จนกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะ และเป็นที่วางสิ่งของมากมายมาทดแทน รวมไปถึง ยังมีการนำสติ๊กเกอร์ หรือป้ายโฆษณา ต่างๆมาติดไว้ตามตู้เต็มไปหมด แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดปรับปรุงแก้ไข จึงอยากจะวอนให้ ทีโอที หรือหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ เร่งเข้าดำเนินการแก้ไข ซึ่งถ้าหากว่าไม่นำตู้ออก ก็ควรที่จะปรับปรุงให้สามารถใช้การได้ และไม่ดูทรุดโทรม เปลืองพื้นที่ทางเท้า หรืออีกกรณีถ้าหากยุคสมัยเปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่ทุกคนล้วนมีโทรศัพท์มือถือ และตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก็เป็นส่วนน้อยที่คนเลือกใช้บริการ รายได้ไม่คุมทุนขององค์การโทรศัพท์ หรือทีโอที ก็ควรที่จะดำเนินการรื้อถอนตู้ออก และปรับภูมิทัศน์ ให้เกิดพื้นที่ใช้สอยทางเท้าสาธารณะเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดพื้นที่โล่งและดูสะอาดตา สร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้น่าอยู่

ชาวบ้านร้องกระจกโค้ง หนองใหญ่ ซ.10. พังเสียหาย หวั่นเกิดอุบัติเหตุ วอนเมืองพัทยาแก้ไข

เมื่อ 14.00 น. วันที่  14  มีนาคม 62  ที่ บริเวณ หนองใหญ่ ซอย 10  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย กรณีกระจกโค้ง   ที่สามารถช่วยให้มองเห็นรถที่วิ่งสวนกันมา  ช่วงทางโค้งให้ระวังภัยในการขับขี่ ได้เกิดชำรุดสียหาย ตกลงมาแตกอยู่ที่พื้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกดังกล่าวและประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา เกรงว่าจะเกิดอุบิติเหตุและอันตรายขึ้นได้ง่าย หากไม่มีการเร่งดำเนินการแก้ไข               จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเป็นไปตามที่ชาวบ้านได้มีการร้องเรียน   กระจกโค้งดังกล่าว มีอยู่ 2 จุดภายใน หนองใหญ่ ซอย 10  โดยกระจกโค้งบริเวณปากซอย สามารถใช้ได้ตามปกติ ส่วนที่ชำรุดเป็นช่วงที่ 2  เข้ามาจากในซอยประมาณ 30 เมตร  กระจกโค้งตกลงมาแตกกองอยู่ที่พื้น ไม่สามารถใช้งานได้  ทั้งนี้จึงอยากจะวอนให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวรับผิดชอบ อย่างเมืองพัทยา เร่งเข้ามาดำเนินการแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน...

อึ้ง!! เก้าอี้-โต๊ะพับเก็บอเนกประสงค์ สภาเมืองพัทยาได้รับความเสียหายเพียบ ใช้งานมากแต่ไม่มีคนดูแล

เมื่อ 6 กันยายน 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพเก้าอี้-โต๊ะพับเก็บอเนกประสงค์ ฝั่งผู้เข้าร่วมประชุม ภายในห้องประชุมทัพพระยา ซึ่งใช้ประชุมสภาเมืองพัทยา บริเวณชั้น 5 อาคารหลังของศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีสภาพชำรุดทรุดโทรมได้รับความเสียจำนวนหลายตัว ตรวจสอบพบว่าเก้าอี้-โต๊ะอเนกประสงค์ ซึ่งใช้ในการนั่งรับฟังการประชุม ซึ่งออกแบบให้มีลักษณะที่สามารถพับเก็บโต๊ะในพนักเท้าแขน พบว่าโต๊ะพับดังกล่าวได้รับความเสียหายจนใช้การไม่ได้  มิหนำซ้ำมีการซุกแผ่นพลาสติกโต๊ะอเนกประสงค์ไว้ในพนักเท้าแขนโดยไม่มีการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยในการประชุมสภาเมืองพัทยาส่วนใหญ่ มักมีผู้เข้าร่วมประชุมจากภายนอกทั้งผู้เกี่ยวข้อง ตัวแทนชุมชนต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนมาใช้งานเป็นประจำ เนื่องจากอาจผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานทำให้เกิดสภาพชำรุดตามกาลเวลา ประกอบกับขาดการเอาใจใส่รักษาดูแลจนเกิดเป็นภาพดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งทางเมืองพัทยาน่าจะปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมที่จะใช้งานได้ต่อไป.

ชาวบ้านซอยอรุโณทัย ร้องเรียนกิ่งไม้ปกคลุมสายไฟฟ้าแรงสูง หวั่นเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อ 25  ตุลาคม 61 ที่  บริเวณอรุโณทัย ซอย 2  หลังจากที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า มีกิ่งไม้ปกคลุมสายไฟฟ้าแรงสูง หวั่นเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน พบว่าเป็นไปตามที่ชาวบ้านได้มีการร้องเรียน  โดยภายในซอยมีต้นไม้ใหญ่ข้างทางยาวตลอดแนวถนน  และมีกิ่งไม้ปกคลุมสายไฟฟ้าแรงสูงเป็นจำนวนมาก ทางชาวบ้านจึงหวั่นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ง่าย ประกอบกับขณะนี้มีพายุฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีลมแรง เกรงว่าจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร จึงอยากจะวอนให้หน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา หรือเมืองพัทยา เข้ามาดำเนินการตัดแต่งกิ่งไม้ ที่ปกคลุมสายไฟฟ้าแรงสูงออก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน.

ชาวบ้านตั้งข้อสงสัย ไฟฟ้าส่องสว่างถนนเส้นพัฒนาการ ชำรุดมานาน ไร้เจ้าหน้าที่ดูแล

เมื่อ 8 ตุลาคม 60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน เป็นคลิปวีดีโอความยาวเกือบ 2 นาที เป็นภาพไฟฟ้าส่องสว่างถนนพัฒนาการฝั่งซ้าย ตั้งแต่ช่วงบริเวณปากทางเข้าสายทุ่งกลมตาลหมัน ยาวมาจนถึงช่วงบริเวณวัดเขาเสาธงทองเกิด ไฟฟ้าส่องสว่างติดๆดับๆ สลับไปมาเหมือน ไฟดิสโก้เธค โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ว่าเป็นความตั้งใจของทางเทศบาล หรือเกิดข้อพกพร่องของการจ่ายกระแสไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวตาลายเป็นอย่างมาก เนื่องจากไฟฟ้าที่กระพริบ เรียงกันเป็นแนวยาวตลอดระยะทางกว่า 800 เมตร ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง พบว่า เป็นไปตามที่ชาวบ้านได้ร้องเรียน แต่ส่วนนอกเหนือจากบริเวณวัดเขาเสาธงทอง ยาวมาจนถึงซอยบ้านล่าง และซอยเนินพลับหวาน โดยรวมเป็นปกติดี ถึงแม้จะมีหลอดไฟฟ้า ที่ทางเทศบาลปรับภูมิทัศน์เป็นรูปคล้ายงอบ (หมวกชาวนา) สีเหลืองทรงกลม บางดวงจะไม่ติดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้สงผลกระทบมากนัก เพราะไม่มีไฟฟ้าติดๆดับๆ เหมือนถนนช่วงที่ชาวบ้านร้องเรียน ทั้งนี้ชาวบ้านได้ ตั้งข้อสงสัยว่า หากเป็นข้อบกพร่องของการวางระบบไฟฟ้า ตามที่ ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ได้เคยเผยต่อสื่อมวลชน ตั้งแต่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือแก้ไขแล้วแต่ไม่ดีขึ้น...

นักท่องเที่ยวร้อง “หาดยินยอม” เขาพระตำหนัก ขาดการเหลียวแล บำรุงรักษา ปล่อยทิ้งร้างจนเสื่อมโทรมหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมาก ที่เดินทางมาพักผ่อนและเล่นน้ำบริเวณชายหาดยินยอม บนเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ร้องเรียนว่าชายหาดที่เคยสวยงามแห่งนี้ ปัจจุบันถูกปล่อยทิ้งร้าง ไร้การดูแลและบำรุงรักษา จนเสื่อมโทรมอย่างหนัก โดยพบว่าพื้นทางเดิน สันเขื่อน ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ต่างๆที่จัดทำไว้เกิดความชำรุด ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีเศษขยะสิ่งปฏิกูล ถูกกองทิ้งไว้เกลื่อนตลอดแนวชายหาด ซึ่งกรณีดังกล่าว เคยมีการร้องเรียนและเป็นข่าวทางสื่อมวลชนหลายแขนงมาแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีแนวทางการปรับปรุง พัฒนา หรือแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าตลอดแนวชายหาดที่มีความยาวกว่า 200-300 เมตร มีเศษสิ่งก่อสร้างผุพัง และเสื่อมโทรมอย่างมาก รวมถึงสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยก็ถูกปล่อยปละละเลย ให้มีการกองขยะสุมไว้ ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ทราบว่าพื้นที่ชายหาดแห่งนี้ในอดีต เคยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ กระทั่งเมืองพัทยา ได้เข้ามาจัดสร้างอาคารที่พัก และปูตัวหนอนทางเดินเท้า เมื่อมีฝนตกลงมาจึงถูกน้ำฝนที่ไหลลงจากที่สูงเซาะจนเกิดการชำรุด และปัจจุบันยังมีขยะกองสุมในหลายพื้นที่ จึงอยากร้องขอให้เมืองพัทยา เร่งเข้ามาสำรวจ และวางแผนในการพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อให้ชายหาดกลับมามีความสวยงามอีกครั้ง ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก.

ร้องต้นปาล์มกว่า 30 ต้น เขตปลอดจอมเทียน แห้งเหี่ยวไร้การดูแล วอนเมืองพัทยาเร่งดำเนินการ

เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 62  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ที่ บริเวณชายหาดจอมเทียน เขตปลอด จอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า "ต้นปาล์ม" ที่อยู่ในโครงการปรับภูมิทัศน์ของเมืองพัทยา และขนมาปลูกไว้ริมชายหาด เพื่อสร้างความสวยงาม เกิดแห้งเหี่ยว เฉาตายจำนวนหลายสิบต้น จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบต้นปาล์ม กว่า 30 ต้น บริเวณดังกล่าว เกิดแห้งเหี่ยวตามที่รับแจ้งมาจริง โดยความเสียหายกินระยะทางกว่า 500 เมตร ตั้งแต่บริเวณหน้าคอนโดวิวทะเล 7 ไปจนถึง เอวาลอนบีช รีสอร์ท มีลักษณะใบมีสีเหลืองแห้ง และลำต้นบางส่วนเฉาตายเนื่องจากไม่ได้รับการดูแล รดน้ำ หรือบำรุงรักษา           จาการสอบถาม นางกัลยา แบร์ยวาลล์ อายุ 51 ปี กล่าวว่า ในทุกเช้าตนเองจะมาออกกำลังกายบริเวณชายหาดดงตาล และสังเกตเห็นต้นปาล์มที่นำมาปลูก พร้อมกับการปรับภูมิทัศน์ในเขตปลอด...

ไร้เงาหน่วยงานแก้ไข!! ป้ายรณรงค์รักษาวินัยจราจร ริมหาดจอมเทียนร่วงลงมาขวางทางเดินเท้า

ตามที่เมืองพัทยามีนโยบายจัดระเบียบป้ายต่างๆ ทั่วพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองพัทยาซึ่งแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด และต่างประเทศนิยมเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก และด้วยชายหาดจอมเทียนเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญ แต่มีการร้องเรียนว่ายังพบป้ายที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายขึ้น เมื่อ 6 สิงหาคม 60 จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว ตรวจสอบบริเวณต้นหาดจอมเทียน หน้าโครงการอาคารชุดจอมเทียนพลาซ่า คอนโดเทล พบป้ายรณรงค์วินัยจราจรที่เมืองพัทยาร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา ได้จัดทำขึ้นเพื่อเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนน แต่พบว่าบริเวณตัวยึดเหล็กป้ายกับเสา เกิดการกัดกร่อนของสนิมที่คาดว่ามาจากลมทะเล จนทำให้ตัวเหล็กเกิดความเสียหาย ทำให้ป้ายดังกล่าวที่มีน้ำหนักมาก ได้รูดลงมาอยู่กลางเสา จนกีดขวางการเดินเท้าสาธารณะของประชาชน และนักท่องเที่ยวผู้ที่ผ่านไปมา เกิดเป็นภาพที่น่าหวาดเสียวต่อผู้พบเห็นอย่างมาก สอบถามวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณนั้นทราบว่า ป้ายดังกล่าวอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อความปลอดภัยมาได้เป็นเดือนแล้ว ที่ผ่านมาเคยแจ้งเรื่องไปยังเมืองพัทยา ให้มาทำการแก้ไขปรับปรุง แต่ก็ยังไม่มีการลงพื้นที่จัดการอย่างจริงจัง จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินเล่นโทรศัพท์เพลินเกิดอุบัติเหตุเดินชนป้ายจนได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายราย หากปล่อยไว้ในสภาพแบบนี้ อาจทำให้เกิดอันตรายและเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อเมืองท่องเที่ยวได้.

นักท่องเที่ยวร้องสื่อ สุนัขเร่ร่อนจรเดินทั่วหาดกระทิงลายกว่า 100 ตัว ถ่ายทิ้งเลอะเทอะ ส่งผลเสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

เมื่อ 17 มกราคม 61ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณหาดกระทิงลาย หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน  ที่ได้ใช้พื้นที่บริเวณหาดกระทิงลาย เป็นสถานที่ในการพักผ่อนอยู่เป็นประจำว่า บริเวณดังกล่าว มีสุนัขเร่ร่อนจรจัดที่ถูกนำมาปล่อยไว้จำนวนมาก ซึ่งทุกวันสุนัขเหล่านี้ก็จะหากินที่บริเวณดังกล่าว ในบางครั้งก็มีรุมกัดกันหลายตัว และเกรงเกิดอันตรายกับผู้คน นางลัดดา เกิดสุริยนต์ นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่หาดกระทิงลาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหาด ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่าเป็นชายหาดที่มีความสงบ ร่มเย็น อีกทั้งมีการปรับภูมิทัศน์บริเวณหาดใหม่ มีทั้งในส่วนของการปรับหน้าหาดให้สวยงามและการปรับสภาพสวนสาธารณะ จึงกลายเป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบันพบว่าที่บริเวณชายหาดดังกล่าว มีประชาชนที่อดีตเป็นคนรักสุนัข กลับนำสุนัขที่เคยเลี้ยงไว้มาปล่อย จนเกิดการสืบพันธุ์และแพร่พันธุ์ จนทำให้ปัจจุบัน ชายหาดกระทิงลายมีสุนัขจรจัดเดินอยู่ทั่วหาดกว่า 100 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีสภาพร่างกายที่ผอมแห้ง บางตัวก็เป็นสุนัขขี้เรื้อน เดินไปมาส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว บางตัวพอเห็นอาหารก็แย่งกัน รุมกัดกัน เกรงว่าจะไปกัดนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้สุนัขจรจัดกว่า 100 ตัว ยังสร้างความเสียหายด้านภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากสุนัขถ่ายไม่เป็นที่  ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ในบางครั้งก็มีนักท่องเที่ยวไปเหยียบอุจาระสุนัขด้วย นอกจากนี้พบว่าสุนัขบางตัวมีอาการคล้ายสุนัขบ้า...

ชาวบ้านร้องสื่อ ไฟทางมืดสนิทดับมานานเกือบปี แจงเรื่องไปยังเทศบาลหนองปรือ กลับบอกไม่ได้อยู่ในความดูแล

เมื่อ 30 สิงหาคม 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน กรณีไฟทาง บริเวณทางลงสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ ตรงข้ามทางเข้าโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือว่า ไม่มีไฟทางมานานเกือบปีแล้ว ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวอันตรายเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ยังพบว่าก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ ก็พบว่าบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่กลางสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ เรื่อยลงมาถึงบริเวณยูเทิร์นกลับรถ กว่า 600 เมตร พบว่าไฟทางทั้ง 2 ข้างทางไม่มี ส่งผลให้สองข้างทางมืดตลอดทาง รถที่สัญจรไปมาในช่วงกลางคืนต้องอาศัยไฟหน้ารถเท่านั้น นายธนวัฒน์ ทองใบ ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จุดดังกล่าวเป็นทางลงเนิน  พอรถที่วิ่งจากสะพานลงมาต่างก็ใช้ความเร็ว ในช่วงกลางวันก็พอทน ต้องอาศัยจังหวะดีๆในการข้ามถนน เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่เชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง รวมถึงเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังตำบลโป่ง ตำบลเข้าไม้แก้วด้วย ดังนั้นถนนเส้นนี้จะมีรถวิ่งเข้าออกหนาแน่นเกือบทั้งวัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ถนนเส้นนี้จะมีไฟทางตลอดเส้น แต่เกิดอะไรขึ้นก็ไม่ทราบ อยู่ๆไฟทางก็ขาดตลอดทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ช่วงเวลากลางคืน  บริเวณดังกล่าวไม่มีไฟทาง รถที่วิ่งสัญจรไปมาต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างมาก  อีกทั้งชาวบ้านที่อาศัยละแวกดังกล่าว...

Latest Stories