คุณแม่วัยรุ่นร้องสื่อ หลัง ร.พ.รัฐให้ขี่จักรยานยนต์ ไปคลอดที่ รพ.อื่น จนแท้งลูก

0
232

จากกรณีที่ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.จินดารัตน์ อินทรสิงห์ อายุ 21 ปี และ นายบอย คงกระพันธ์ อายุ 25 ปี สามี ว่าติดใจการให้การรักษาพยาบาล ของโรงพยาบาลบางละมุง จ.ชลบุรี เป็นอย่างมาก หลังจากที่เกิดอาการปวดท้องใกล้คลอด และเดินทางไปรักษา เนื่องจากฝากท้องไว้ที่นี่ รพ.แห่งนี้ ปรากฏว่าได้รับแจ้งว่าลูกมีอายุครรภ์เพียง 33 สัปดาห์ จึงถือว่ามีความเสี่ยง เพราะยังไม่ได้กำหนดคลอดและต้องใช้ตู้อบ ซึ่ง รพ.มีไม่เพียงพอ ขณะที่ปากช่องคลอดของมารดาก็ยังไม่พร้อม จึงต้องนอนรอ กระทั่งรู้สึกเจ็บท้องมากและมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด ทาง รพ.จึงแจ้งว่าจะส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โดยจะทำใบส่งตัวให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมจัดรถไปส่ง กลับให้สามีพาขี่รถจักรยานยนต์ไปเอง จนสุดท้ายเด็กในครรภ์ก็เสียชีวิต โดยแพทย์แจ้งว่าที่เด็กเสียชีวิต เพราะเลือดในน้ำคลร่ำไหลออกเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ และขาดออกซิเจน แต่ทางแพทย์ก็ไม่แนะนำให้มีบุตรได้อีก เนื่องจากมีความดันสูงและครรภ์เป็นพิษ จึงรู้สึกติดใจกับโรงพยาบาลบางละมุงเป็นอย่างมาก ว่าทำไมไม่ทำเรื่องส่งตัวในการย้ายโรงพยาบาล ทั้งที่เห็นว่าก็มีอาการหนัก มีเลือดไหลมาก แต่กลับให้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเอง

ล่าสุด ทางโรงพยาบาลลางละมุง จ.ชลบุรี ได้เชิญตัว น.ส.จินดารัตน์ อินทรสิงห์ อายุ 21 ปี และ สามี  มาอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟัง พร้อมแจ้งว่าเป็นการพูดคุยภายใน โดยมีแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าร่วมพูดคุย

กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง   น.ส.จินดารัตน์ ก็ออกมาแจ้งว่าบุตรที่เสียชีวิตเป็นคนลูกที่ 2 โดยคนแรกก็คลอดที่ รพ.แห่งนี้และก็มีสุขภาพดี แต่วันเกิดเหตุรู้สึกปวดท้องหนักมาก ขณะที่การอธิบายของ รพ.ก็แจ้งว่ายังไม่ถึงกำหนดคลอด เพราะมดลูกยังเปิดปากช่องคลอดไม่ถึงกำหนด อีกทั้งครรภ์มีอายุน้อย ซึ่งเฉลี่ยแล้ว 33 สัปดาห์ ควรจะมีน้ำหนักตัว 1.7 ก.ก. แต่เด็กในครรภ์มีน้ำหนักพียง 1.3 ก.ก.เท่านั้น จึงถือว่ามีความเสี่ยง ก่อนจะแจ้งให้ไปรักษาต่อที่ รพ.สมเด็จฯ ที่มีใบประกันสังคมอยู่  แต่สุดท้ายลูกก็มาเสียชีวิต โดยทาง รพ.แจ้งแค่รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผิดพลาดเรื่องของระบบการส่งตัวคนไข้ โดยแจ้งว่าจะปรับปรุงและพร้อมจะให้การช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทราบได้ว่าจะช่วยอย่างไร เพราะเสียลูกไปทั้งคน ส่วนที่ติดใจนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ลูกเสียชีวิตเพราะเข้าใจขั้นตอนทางการแพทย์ แต่ทำไมทั้งๆที่เจ็บหนักขนาดนี้ จึงปล่อยให้ไปกันเองโดยลำพัง และการพูดจาของทาง รพ.ก็ไม่ดีกับคนไข้เลย

ขณะที่ทาง รพ.แจ้งว่าวันเกิดเหตุแม่ของเด็กปวดท้อง ก็นำส่งเข้าห้องฉุกเฉิน แต่ตรวจแล้วพบว่าปากมดลูกยังไม่เปิด หรือไม่พร้อม เนื่องจากเป็นการคลอดก่อนกำหนด ที่สำคัญ รพ.มีตู้อบเด็กเพียง 4 ตู้ ที่ใช้งานจนหมดแล้วเกรงว่าจะเกิดปัญหาเนื่องจากเด็กตัวเล็กมาก จึงให้นอนพักรอเพื่อให้ถึงเวลา แต่แม่เด็กทนไม่ไหวและแจ้งว่ามีเลือดไหลออกตลอดเวลา ทางพยาบาลเวรจึงแจ้งให้รีบไปรักษาต่อที่ รพ.สมเด็จฯ ซึ่งมีอุปกรณ์พร้อมมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าอาจมีความผิดพลาดเรื่องของระบบการส่งตัวคนไข้ และการอธิบายของพยาบาล ซึ่งได้เรียกมาพูดคุยแล้ว โดยทาง รพ.ก็ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และจะให้ผู้อำนวยการ มาทำการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงให้รับทราบอีกครั้ง.