ไทยออยล์ยืนยัน พร้อมสนับสนุนการดำเนินการพิจารณาค่าการกลั่นน้ำมันของรัฐ

0
99

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงประเด็นค่าการกลั่นน้ำมัน ว่า ไทยออยล์ในฐานะผู้ประกอบกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้ติดตามประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่ามีข้อมูลบางประการที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและสับสนได้ ซึ่งข้อเท็จจริงน้ำมันดิบถือเป็นต้นทุนวัตถุดิบหลักของผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์โควิด – 19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น



ส่วนการคำนวนค่าการกลั่น จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบในสัดส่วนที่แตกต่างกัน เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา เป็นต้น แล้วหักด้วยต้นทุนราคาน้ำมันดิบ โดยผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานในกระบวนการกลั่น ทำให้ผลรวมปริมาณผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้อยู่ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 97 ของปริมาณน้ำมันดิบเท่านั้น ดังนั้นเมื่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มสูงขึ้นมากเทียบกับวัตถุดิบแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นมีกำไรเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนนั้น จึงยืนยันว่าการคำนวณค่าการกลั่นไม่ใช่ กำไรสุทธิของผู้ประกอบกิจการโรงกลั่น อีกทั้งโรงกลั่นไม่ได้เป็นผู้กำหนดค่าการกลั่นและไม่สามารถกำหนดค่าการกลั่นได้ เนื่องจากค่าการกลั่น ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของตลาดน้ำมันดิบ และตลาดน้ำมันสำเร็จรูปเป็นหลัก


ส่วนการนำค่าการกลั่นเฉลี่ยระยะสั้น มาพิจารณาว่าโรงกลั่นมีกำไรมากเกินควร ก็เป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะการพิจารณาค่าการกลั่นควรใช้ค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยปกติค่าการกลั่นเฉลี่ยรายเดือน หรือรายไตรมาส จะมีความผันผวนขึ้นลงได้มาก และที่สำคัญตลาดการค้าน้ำมันเป็นกลไกการค้าเสรี เพราะผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับ ทองคำ น้ำตาล ข้าวโพด เป็นต้น จึงต้องมีการอ้างอิงตลาดที่มีความน่าเชื่อถือ มีผู้ซื้อ/ผู้ขายจำนวนมาก และปริมาณการซื้อขายในระดับสูง ยากต่อการแทรกแซงราคาและเป็นราคาที่สะท้อนอุปสงค์และอุปทานน้ำมันที่แท้จริง ที่สอดคล้องกับตลาด ทั่วโลก ทั้งสิงคโปร์ ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ดังนั้น หากมีการกำหนดราคาในประเทศใดประเทศหนึ่ง แตกต่างจากตลาดอื่นมาก ถือเป็นการบิดเบือนกลไกของตลาดเสรี จะทำให้เกิดการไหลเข้าหรือ ออกของผลิตภัณฑ์น้ำมันจากตลาดอื่นตามมา