สาวคาบาเรต์เชียงใหม่ ลงขันแต่งแบบจัดเต็มขายยำแทนรำโชว์ หนีพิษโควิด

0
122

สาวประเภทสอง คาบาเรต์โชว์เชียงใหม่ตกงานเซ่นพิษโควิด นานกว่า 4 เดือน แถมคลายล็อก เฟส 5 แล้วแต่ยังไม่เห็นวี่แววนักท่องเที่ยว ควักเงินก้อนสุดท้ายลงขันเปิดร้าน “เริงละยำ” แต่งองค์ทรงเครื่องนางรำเต็มยศสร้างจุดขาย  แม้จะมีการผ่อนปรนคลายล็อกป้องกันโควิดเฟส 5 ทำให้สถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดดำเนินการได้แล้ว แต่ก็ยังมีหลายอาชีพยังไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติเหมือนเคย เพราะต้องพึ่งพิงกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเป็นหลัก   โดยเฉพาะนางโชว์หรือคาบาเรต์โชว์ สาวประเภทสองที่ตระเวนแสดงโชว์ตามผับบาร์ต่างๆ ในเชียงใหม่ ที่ไม่ได้ขึ้นเวทีกันมากว่า 4 เดือนแล้ว ตั้งแต่โควิดแพร่ระบาดเป็นต้นมา จนถึงขณะนี้หลายแห่งยังไม่สามารถเปิดทำการแสดงได้ ต้องรอนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจองทัวร์อยู่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการแสดงในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป  อย่างไรก็ตาม ในห้วงที่ต้องตกงานเซ่นพิษโควิดยาวนานหลายเดือนนั้น นางโชว์เชียงใหม่หลายคนที่เคยยึดอาชีพคาบาเรต์โชว์เป็นหลัก ได้รวมตัวกันนำเงินก้อนสุดท้ายลงขันเช่าบ้าน-เปิด “ร้านเริงละยำ” ในซอยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (เจ็ดยอด) ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดิ้นรนให้อยู่รอดในยุคโควิดแบบนี้
โดยที่ร้านเริงละยำ ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่สาวนางโชว์ประเภทสอง และกลุ่มเพื่อนรวมกลุ่มกันทำร้านยำขึ้นมาเพื่อหวังเป็นอู่ข้าวอู่น้ำเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองในช่วงโควิดนี้ โดยร้านแห่งนี้เดิมเป็นบ้านพักของนางโชว์และเพื่อนๆ แต่ปรับปรุงเป็นร้านขายยำเพื่อเลี้ยงปากท้องแทนในช่วงนี้  ทุกคนจึงมาสุมหัว นำเมนูยำสารพัดที่เคยกินมาทำ-ปรับสูตรให้ถูกปาก ทั้งยำปลาดุกฟู ยำรวมเริงละยำ มหาเริงละยำ ฯลฯ เริ่มต้นราคา 40 บาทเป็นต้นไป ช่วงแรกเปิดร้านขายแบบดีลิเวอรี รับออเดอร์ออนไลน์จากลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียง ตอนนี้เริ่มคลายล็อกแล้ว ก็เริ่มเปิดบริการหน้าร้านตั้งแต่ เที่ยงวัน-3 ทุ่มทุกวัน หยุดทุกวันพฤหัสบดี

นายม่านฟ้า หรือมะตอย สุขประกอบ อายุ 26 ปี หนึ่งในนางโชว์เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า พวกเราไม่ได้ขึ้นเวทีทำการแสดงคาบาเรต์โชว์กันมา 4 เดือนแล้ว และจนถึงขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงเชียงใหม่ได้เหมือนปกติ จึงนำเงินก้อนสุดท้ายมารวมกันเปิดร้านร่วมกันเป็นร้านยำ


“พวกเราชอบกินยำต่างๆ ช่วยกันคิดปรับปรุงสูตรจนลงตัวถูกปากลูกค้า นำอาชีพที่เรารักคือเริงระบำ มาปรับเป็นชื่อร้านเริงละยำ ซึ่งเดิมพวกเราจะเปิดการแสดงคาบาเรต์โชว์ที่เป็นอาชีพหลักที่เรารัก คืนกำไรให้ลูกค้าทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มด้วย แต่เนื่องจากที่ตั้งร้านอยู่ในย่านชุมชน ทางเจ้าหน้าที่ก็มาขอไว้ ก็ต้องขอยกเลิกโปรแกรมไปก่อน เหลือเพียงแต่งชุดนางโชว์ให้บริการลูกค้าเท่านั้น”

นายม่านฟ้า หรือมะตอย ยังบอกว่า อนาคตเราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร ก็รอดูสถานการณ์อยู่ เพราะแม้จะคลายล็อกเฟส 5 ทำให้กิจกรรม-กิจการเสี่ยงต่างๆ กลับมาเปิดบริการกันได้แล้ว ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว จนได้กลับไปทำงานการแสดงที่เรารักหรือไม่เมื่อไหร่.