สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวังพายุลูกใหม่ พร้อมปูพรมลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกร

0
189

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของพายุดีเปรสชั่นเตี้ยนหมู่ ประกอบกับกำลังจะมีพายุโซนร้อนกำลังแรงคมปาซุพัดเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันและมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการดังนี้ พื้นที่ที่เฝ้าระวังเกิดอุทกภัย ให้เจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลพืชแก่เกษตรกร พื้นที่ประสบอุทกภัย ให้เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ 



สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย ให้เร่งสำรวจพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหายทันทีและดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 คือ ด้านพืช ชดเชยครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ โดยแบ่งอัตราเป็น ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ ไร่ละ 4,048 บาท


ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย ล่าสุดมีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว จำนวนกว่า 5 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ขณะนี้ได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินรวมแล้ว 20 จังหวัด โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งดำเนินการตามระเบียบฯ โดยเร็วต่อไปสำหรับผลการดำเนินงานสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ปัจจุบันดำเนินการจ่ายเงินชดเชยเสร็จสิ้นแล้ว 1 จังหวัดคือ จังหวัดแพร่ และดำเนินการบันทึกข้อมูลความเสียหายแล้ว 17 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่เหลืออยู่ระหว่างเร่งรัดลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย 


ส่วนการฟื้นฟูพืชหลังน้ำลดและการป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยได้เตรียมหัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่า เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรภายหลังน้ำลดรองรับไว้แล้ว 

กรมส่งเสริมการเกษตร สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัด ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของพายุโซนร้อนกำลังแรงคมปาซุ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและพืชผลทางเกษตรระลอกใหม่ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยฉับพลัน เช่น จันทบุรี ตราด ซึ่งปัจจุบันมีน้ำท่วมขังแล้วในหลายพื้นที่