ศบค. ขยายระยะเวลา พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พฤศจิกายนนี้

0
134

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (โควิด – 19) ผ่านระบบ Video Conference โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรถึง 30 พฤศจิกายน 2564  พร้อมเห็นชอบการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564  อาทิ การเปิดกิจการ/กิจกรรม ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ห้องสมุด  พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ ร้านทำเล็บ ร้านสัก สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (นวด สปา)  กีฬาในร่ม โรงภาพยนตร์ การเล่นดนตรีในร้านอาหาร พร้อมขยายเวลาเปิดบริการได้ถึง  21.00 น. โดยจะมีการลดเวลาห้ามออกจากเคหสถาน เป็น 22.00 น.-04.00 น. อย่างน้อย 15 วัน



ด้านมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ให้ปรับลดระยะเวลาในการกักกันสำหรับผู้มีเอกสารวัคซีนโควิด-19 ครบ เหลือ 7 วัน ในส่วนผู้ที่ยังไม่มีเอกสารวัคซีน ให้กักตัว ตั้งแต่ 10 -14 วัน พร้อมเตรียมเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคม ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาหลัก เกาะยาว  จังหวัดพังงา และเกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก จังหวัดกระบี่ และเตรียมแนวทางเปิดพื้นที่เพิ่มเติม 10 จังหวัด โดยจะเริ่มในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ได้แก่  กรุงเทพมหานคร จังหวัดกระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ระนอง เชียงใหม่  เลย และจังหวัดบุรีรัมย์


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังคงต้องไม่ประมาท ยังต้องเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ทั่วถึง ขอขอบคุณการทุมเทการทำงานของบุคลาการทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะขยายรูปแบบ Sandbox ในส่วนกิจการ/กิจกรรมอื่นๆ ให้มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวและการเปิดประเทศต่อไป