มูลนิธิซิสเตอร์ เตรียมเดินหน้าดูแลสาวประเภทสอง ในการตรวจเลือกทหารกองเกินบางละมุง

0
124

เมื่อ 4 เมษายน 62   ห้วงของเดือนเมษายน ของทุกปี  เรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งวันสำคัญของชายไทย  เนื่องจากว่าจะเข้าสู่ห้วงเวลาของการตรวจเลือกทหารกองเกิน  ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  ซึ่งในพื้นที่อำเภอบางะมุง    จะทำการตรวจเลือกทหารกองเกินในวันที่ 7-8 เมษายน 62    ซึ่งไทยมีมีอายุครบ 21 ปี บริบูรณ์  จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน ในพื้นที่ภูมิลำเนาที่อาศัยอยู่ตามทะเบียนบ้าน

คุณฐิติญานันท์  หนักป้อ  ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์   และ กรรมการมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ  เปิดเผยว่า  ในการเข้าไปดูแลน้องๆสาวประเภท 2 ในการเข้าสู่ขั้นตอนของการตรวจเลือกทหารกองเกิน  ปัจจุบันทางมูลนิธิซิสเตอร์  ได้ร่วมมือกับ  เครือข่ายเพื่อนกระเทยไทย  มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ  ในการให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาแก่สาวประเภทสอง  ที่จะต้องเข้าสู่กระบวรการตรวจเลือกทหารกองเกิน   โดยได้มีการจัดทำคู่มือเกณฑ์ทหารฉบับกระเทยขึ้น

โดยในคู่มือ จะบอกทุกเรื่องเกี่ยวกับขั้นตอนของการเกณฑ์ทหาร  ตั้งแต่เรื่องของการเตรียมตัวให้พร้อม  โดยเมื่ออายุ 17 ปีบริบูรณ์น้องๆจะต้องไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน  จากนั้นอายุ 20 ปี  ไปรับหมายเรียก แบบ สด.35 ณ.ท่าการอำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนา  จากนั้นไปขอหนังสือรับรองผลตรวจสภาพร่างกายและจิตใจ  เพื่อยืนยันว่าคือสาวประเภท 2 อย่างแท้จริง  ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์  ซึ่งน้องๆทุกคนควรไปขอไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ  ก่อนวันเกณฑ์จริง  ซึ่งวันเกณฑ์จริงก็จะอยู่ในห้วงเวลา 1-12 เมษายน ของทุกปี  จากนั้นรวบรวมเอกสารให้ครบ ประกอบไปด้วย ใบสำคัญทหารกองเกิน แบบ สด.9   หมายเรียก แบบ สด.35   บัตรประจำตัวประชาชน   ทะเบียนบ้าน (ตัวจริงและ สำเนา)   หลักฐานการเปลี่ยนชื่อจริงหรือชื่อสกุล  ประกาศนียบัตรหรือหลักฐานทางการศึกษา  หนังสือรับรองผลการตรวจสภาพร่างกายและจิตใจ  ใบรับรองจากแพทย์ ไที่เกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายอื่นๆ  (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจิต)    ด้านการแต่งกายเน้นรัดกุม ทะมัด ทะแมง  ใส่เสื้อยืดกางเกงขายาวรองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าผ้าใบ    จากนั้นตรวจสอบเอกสารหมายเรียกให้แน่ใจว่าไม่ได้ไปผิดวัน

               ทั้งนี้เมื่อถึงวันจริง  โต๊ะที่ 1 ทำการเรียกชื่อ   พร้อมตรวจเอกสาร หากไม่ครบจะถูกจัดให้เป็นบุคคลประเภทที่ 3   ซึ่งถือว่าเป็นการผ่อนผันในปีนี้  สิ่งที่ต้องทำคือกลับบ้านไปเตรียมตัวให้เรียบร้อย และมาเกณฑ์ทหารใหม่ในปีหน้า   จากนั้นทำการตรวจร่างกาย  โดยแพทย์ประจำหน่วยคัดเลือก  จากนั้นประธานกรรมการคัดเลือก  แพทย์ประจำหน่วยคัดเลือก  และ กรรมการสัสดีจังหวัด    ทำการพิจารณา  และลงความเห็นว่า น้องเป็นบุคคลประเภทที่ 2   โดยเอกสารต้องระบุว่า  เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด   จากนั้นกลับบ้านได้เลย  แต่หากไม่ถูกต้อง ให้ขอแก้ที่ประธานกรรมการการัดเลือกได้ทันที  แต่หากถูกจัดให้เป็นบุคคลประเภทที่ 1 และ จับได้ใบแดง  ให้รีบนำเอกสารไปยื่นอุทธรณ์ ต่อคณะกรกรมการคัดเลือกทันที ห้ามกลับบ้านก่อนเด็ดขาด    ทั้งนี้หากพบว่ามีปัญหาหรือข้อสงสัย  สามารถที่จะสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิซิสเตอร์  ซึ่งจะรอให้ความช่วยเหลือน้องๆสาวสองทุกคนตลอด.