ผู้คนแห่เข้าร่วมงานฌาปนกิจ ไว้อาลัย เจ้าของหอศิลป์ หนองใหญ่ พัทยา

0
252
พิธีฌาปนกิจศพ นายนิตย์ ดวงดี อายุ 72 ปี เจ้าของหอศิลป์ หนองใหญ่ พัทยา ที่เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว
พิธีฌาปนกิจศพ นายนิตย์ ดวงดี อายุ 72 ปี เจ้าของหอศิลป์ หนองใหญ่ พัทยา ที่เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว

เมื่อ 30 มกราคม 61 ที่วัดหนองใหญ่ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ นายนิตย์ ดวงดี ที่เสียชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยโรคประจำตัว รวมอายุได้ 72 ปี ภายในพิธี มีข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น ญาติพี่น้อง และศิลปิน ต่างแห่เข้าร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก อาทิ ร้อยตำรวจโท ประพาส หนูเนียม อดีตรองสารวัตรปราบปราม สุไหงโกลก นราธิวาส นายทวิช ฉายสว่างวงศ์ อดีตประธานสภาเมืองพัทยา นางอรอนงค์ สิริพรมมนัส ผู้ว่าการภาค 3340 โรตารีสากล และผู้ที่รู้จักมักคุ้นมาร่วมแสดงความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนเข้าสู่พิธีประชุมเพลิงศพ ได้เชิญครูสุประสงค์ คงจำเนียร อ่านบทความอาลัย แต่งร้อยกรอง โดย ศ. สียวน หลวงตามหากิตติศักดิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จากนั้น นายสุพจน์ หนูเนียม พร้อมญาติผู้ใหญ่ของทางครอบครัว ดวงดี ประธานฝ่ายฆราวาส และประธานในพิธีประชุมเพลิงศพ ได้ขึ้นเชิญผ้าไตรจากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ จากนั้น พิธีกรกล่าวนมัสการพระมหากิตติศักดิ์ โคตมสิสฺโส พระครูวินัยธร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ ขึ้นพิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และผู้ที่มาร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์

สำหรับประวัติ โดยย่อของนายนิตย์ ดวงดี เกิดที่บ้านขี้นาก อ.ระโนด จ.สงขลา เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2489 สมรสกับนางทองสุข ดวงดี มีบุตรธิดาด้วยกัน 3 คน เส้นทางศิลปิน ในสมัยที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัยเกษตร ติดเชื้อมาลาเรีย ต้องหยุดเรียนกลางคัน เพื่อรักษาตัวจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรง จากโรคมาลาเรีย จนอาการหายเป็นปกติ แต่จากนิสัยชอบการเขียนรูปมาตั้งแต่วัยเยาว์ ตอนเรียนอยู่ที่มัธยม โดยมี ครูสมมาสตร เป็นครูคนแรก และครูบุญธรรม เป็นครูสอนการเขียนรูปให้ จากเด็กเขียนรูปโปสเตอร์หนัง ที่เป็นคัตเอาท์หน้าโรงภาพยนต์ในสมัยนั้น เริ่มจากที่จังหวัด สงขลา และต่อมาครูบุญธรรมก็พาไปเขียนต่อ ที่โคราช ในช่วงเวลาต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่สัตหีบ เขียนรูปให้กับทหารอเมริกันที่อู่ตะเภา ในสมัยนั้นกำลังอยู่ในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งทหารอเมริกันมาตั้งฐานทัพอยู่ที่อู่ตะเภา อำเภอสัตหีบ

ต่อมามีจุดทักเหในชีวิตจึงได้มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิต และ หาประสบการณ์อยู่ที่เยอรมันถึงสองครั้ง

ภายหลังกลับมาจากเยอรมัน ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพ พักที่โรงแรมย่าน ถ.วิสุทธิกษัตริย์  จึงได้พบรักครั้งใหม่กับทองสุข ตระกูลดี ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่พงษ์เพชร และ ระหกระเหินไปอยู่หลายที่ จนสุดท้ายได้ย้ายมาเปิดแกลเลอรี่ที่พัทยา และเช่าโรงงานทำกรอบรูป จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้สร้างหอศิลป์ เพื่อเป็นที่แสดงผลงานศิลปะของพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ที่พัทยา จนถึงปัจจุบัน และได้เสียชีวิตลง.