กอนช.เฝ้าระวังระดับน้ำในเขื่อนและแม่น้ำที่เสี่ยงปริมาณน้ำเพิ่มจนล้นทางระบายน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

0
134

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังระดับน้ำในเขื่อนและแม่น้ำที่เสี่ยงปริมาณน้ำเพิ่มจนล้นทางระบายน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ช่วงวันที่ 28 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายนที่จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น            



รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (26 ต.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝน ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน 53 มิลลิเมตร // เพชรบูรณ์ 4 มิลลิเมตร // สระบุรี 11 มิลลิเมตร // ประจวบคีรีขันธ์ 57 มิลลิเมตร // ชลบุรี 22 มิลลิเมตร และพัทลุง 57 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 61,063  ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ74 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 53,915  ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 75 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 5 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก 18 แห่ง บริเวณเขื่อนนฤบดินทรจินดา เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนแม่มอก เขื่อนลำตะคอง อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา เขื่อนขุนด่านปราการชล อ่างเก็บน้ำบึงบอระเพ็ด เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ และบึงหนองหารกุมภวาปี    


(กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง ช่วงวันที่ 28 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ขอให้เฝ้าระวัง คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น และเลย , ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด , ภาคตะวันตก บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี และภาคใต้ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา พร้อมระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้   


เช่นเดียวกับระดับน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นบริเวณแม่น้ำมูล อ.พิมาย และอ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา , อ.สตึก และอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ , อ.ท่าตูม อ.ชุมพลบุรี และ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ , อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี // แม่น้ำพอง อ.น้ำพอง และ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น // แม่น้ำชี อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ , อ.โคกโพธิ์ไชย อ.ชนบท อ.มัญจคีรี และ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น , อ.โกสุมพิสัย และ อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม , อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ , อ.จังหาร และอ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด , อ.มหาชนะชัย และ อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี // แม่น้ำป่าสัก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา // แม่น้ำลพบุรี อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี // แม่น้ำท่าจีน อ.สามชุก อ.เมืองสุพรรณบุรี และ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี อ.นครชัยศรี และอ.สามพราน จ.นครปฐม // แม่น้ำเพชรบุรี อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองเพชรบุรี และ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี // แม่น้ำปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ // แม่น้ำบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ // แม่น้ำตาปี อ.พระแสง อ.พุนพิน และ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี และคลองท่าดี อ.ลานสกา อ.พระพรหม และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช โดยขอให้ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์และแผนรับน้ำหลาก