นายกตะเคียนเตี้ย ชี้แจงพร้อมขั้นตอนการดำเนินงาน หลังถูกร้องศูนย์ดำรงธรรมไม่ดูแลชาวบ้าน

เมื่อ 19 กรกฎาคม 62  นายมานพ ประกอบธรรม นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี พร้อมคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ได้ร่วมกันหารือแนวทางการนำเสนอความคืบหน้าและข้อเท็จจริง หลังมีปัญหากรณีพื้นที่หมู่ 5 บ้านโป่งสะเก็ด ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ สปก.4-01 ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรมตาม พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2518 โดยมีสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรีเป็นผู้ดูแล

         นายมานพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย กล่าวว่า มีชาวบ้านบางรายที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อปี 2559 ได้ทำการร้องเรียนผ่านไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี และสื่อมวลชนจังหวัดชลบุรีบางสำนัก ว่าทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย ปล่อยปละละเลยชาวบ้านพื้นที่ ม.5 ให้เผชิญเคราะห์กรรม ทั้งด้านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทางและอื่น ๆ ทั้งที่โดยความจริงแล้วพื้นที่ ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย  เป็นพื้นที่ สปก.ซึ่งการดำเนินการอะไรก็แล้วแต่ ต้องกระทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

        แม้ว่าทางเทศบาลจะเป็นเจ้าของพื้นที่ก็จริง แต่อำนาจการควบคุมดูแลทั้งหมด เป็นของสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรี ที่กำหนดให้พื้นที่แห่งนี้ดำเนินการด้านการเกษตรได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และที่ผ่านมาชาวตำบลตะเคียนเตี้ย ก็อยู่ด้วยกันอย่างผาสุกและเข้าอกเข้าใจ อะลุ่มอล่วยต่อกันเพื่อให้ท้องถิ่นพัฒนาไปได้ แต่หลังจากปี 60 เป็นต้นมาก็พบว่า มีการร้องเรียนไปต่าง ๆ นานา ทั้งที่ทุกครั้งหากจะมีโครงการพัฒนาต่างๆ ก็จะมีการทำประชาคมเพื่อสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านโดยตลอด

         นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย กล่าวต่อว่า หากร้องเรียนเรื่องที่ถูกต้องนับเป็นเรื่องดีที่จะร่วมพัฒนาท้องถิ่นไปด้วยกัน แต่ถ้าร้องเรียนในส่วนที่ไม่มีความรู้ชัดเจน แล้วร้องเรียนสะเปะสะปะแบบนี้ ก็จะทำให้เทศบาล หน่วยงานราชการและท้องถิ่นเสียหาย ที่สำคัญคือเสียเวลาในการทำให้ท้องถิ่น ให้มีความเจริญเติบโตอย่างถูกต้อง ตามแง่บทกฎหมาย เทศบาลไม่เคยนิ่งนอนใจหรือปล่อยปละละเลยตำบลไหนก็พัฒนาไปพร้อม ๆ กัน เติบโตไปด้วยกัน

         ในส่วนของพื้นที่ ม.5 นั้น ที่จริงแล้วเป็นพื้นที่ สปก. เพื่อทำการเกษตรทั้งตำบล แต่เราก็อยู่ร่วมกันเรื่อยมา พอมาปีหลัง ๆ มีการทำห้องเช่า ทำห้องแถวและดำเนินกิจการอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเกษตรจนเกิดกลายเป็นปัญหา ทางเทศบาลตำบลตะเคียนก็คอยช่วยเหลือชาวบ้านโดยนำดินมาเกลี่ยพร้อมโรยหินคลุกทำทางสัญจรให้ชาวบ้านเดินทางกันไป เดินไฟฟ้าเข้ามายังชุมชนเพื่อความสะดวกสบาย แต่เพราะติดว่าเป็นที่ดิน สปก.อำนาจการจัดการเลยไม่สามารถบริหารได้อย่างเบ็ดเสร็จ

จากนั้นทางคณะทั้งหมดได้เดินทางไปยังสถานที่จริง คือบริเวณซอยตาฮั้ว จุดที่ถูกร้องเรียนว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อขาดการพัฒนาจากทางเทศบาล พบว่าเป็นถนนขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาวประมาณ 300 เมตร มีสภาพเป็นถนนดินลูกรังการสัญจรไปมาค่อนข้างลำบาก และจากการได้เดินเท้าลงพื้นที่ตรวจสอบภายในซอยดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดิน สปก.ที่กำหนดให้ทำการเกษตรกรรม แต่พบว่ามีการก่อสร้างและจัดสรรพื้นที่ประกอบการเป็นธุรกิจอื่น ทั้งการสร้างห้องพักห้องแถวให้เช่า บริการรถบรรทุกรถสิบล้อ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเกษตรแต่อย่างใด

         ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเทศบาลได้ช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นการเบื้องต้นด้วยการนำเอาดินมาเกลี่ยเป็นให้สะดวกต่อการเดินทาง และได้ทำเรื่องถึงคณะปฏิรูปที่ดินพิจารณาอนุมัติให้เทศบาลดำเนินการโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเทศบาลได้เตรียมแผนการไว้รองรับแล้ว แต่ก็ยังต้องรอการพิจารณาอนุญาตจากคณะปฏิรูปที่ดินอีกครั้ง

       สำหรับโครงการก่อสร้างที่เป็นรูปธรรม ต้องให้ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ลงมาพิจารณารวมถึงกำหนดแนวเขต เพราะยังเป็นพื้นที่ สปก. ทางเทศบาลถึงจะดำเนินการต่อได้ เทศบาลจะดำเนินการโดยไม่ผ่านสำนักงานคณะปฏิรูปที่ดินไม่ได้ จึงอยากสร้างความเข้าใจกับประชาชนและสาธารณชนถึงจุด ๆ นี้ด้วย และที่สำคัญคือต้องทำอย่างถูกต้องและถูกกฎหมาย ไม่ใช่ทำเพื่อความถูกใจ หลังจากนี้จะได้ประสานและทวงถามความคืบหน้าล่าสุดอีกครั้งเร็ววันนี้.