ชาวบ้านหนองใหญ่ ซอย 10 ฉุนร้องสื่อ ถูกปฏิเสธห้ามทิ้งขยะในถัง

เมื่อ 2 ตุลาคม 62   จากกรณีที่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่หนองใหญ่ ซอย 10  ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว  ถึงกรณีการสงสัยในพฤติกรรมของหน่วยงานภาคเอกชนรายหนึ่ง  ที่ได้มีการนำป้ายมาติดห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้ ซึ่งอ้างว่าเป็นถังขยะส่วนบุคคล   หากฝ่าฝืนปรับชิ้นละ 2,000 บาท    ซึ่งถังขยะดังกล่าวมีส่วนหนึ่งเป็นถังขยะ  ที่มีการสกรีนที่ตัวถังว่าเป็นทรัพย์สินของเทศบาลเมืองหนองปรือ   ส่วนที่เหลืออีก 6 ใบ  เป็นถังขยะสีเดียวกัน  แต่ไม่มีการสกรีนแต่อย่างใด   โดยคาดว่าน่าจะเป็นถังเอกชน   ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณดังกล่าวร้องเรียนผ่านสื่อว่า   ที่บริเวณดังกล่าวมีการนำถังมาตั้งนั้นถังขยะส่วนหนึ่งเป็นของเทศบาล  ขณะที่ประชาชนนำขยะไปทิ้ง  กลับได้รับการปฏิเสธจากเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว  ว่าห้ามนำขยะมาทิ้ง   เพราะเป็นถังส่วนบุคคล   หากมีการฝ่าฝืนจะดำเนินการจับปรับ     ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความสงสัยแก่ประชาชน ว่าสามารถดำเนินการจับปรับแก่ผู้ที่ไปทิ้งขยะบริเวณดังกล่าวได้หรือไม่

ทางด้าน นายสุรพล  ขรึมประเสริฐ   ผู้อำนวกการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองหนองปรือ  เปิดเผยว่า  จากการตรวจสอบพบว่าที่บริเวณดังกล่าวที่ได้รับการร้องเรียน  อยู่ภายในหนองใหญ่ซอย 10   ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีถังสีฟ้าทั้งหมด 7 ใบ  มีเพียง 1 ใบ ที่เป็นถังของเทศบาลเมืองหนองปรือ   แต่จากการที่มีข้อความติดประกาศห้ามทิ้งขยะบริเวณดังกล่าว  หากพบมีการจับปรับนั้นว่าสามารถทำได้หรือไม่   ตอบเลยว่าไม่สามารถทำได้  หากพบว่าถังดังกล่าวเป็นถังของทางเทศบาล   ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ใช้ถังขยะร่วมกัน  ไม่มีบุคคลใด  บุคคลหนึ่งเป็นจ้าของและสามารถนำขยะมาทิ้งได้        แต่หากพบว่าเป็นของเอกชน  คงต้องมีการทบทวนในเรื่องข้อกฏหมายว่าสามารถทำได้หรือไม่   โดยเบื้องต้นทางกองสาธารณสุขได้มีการแยกถังของเทศบาลออกมาไว้อีกฝั่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถทิ้งขยะได้     

จากการสำรวจยังพบว่าภายในซอยดังกล่าว  มีถังขยะหลายใบถูกฟิวเจอร์บอร์ด  และแผ่นไม้มาปิดที่ฝาถัง    คล้ายๆเป็นการสื่อให้คนทั่วไปทราบว่าห้ามทิ้งขยะที่ถังนี้  บางถังก็ถูกคว่ำปากถังลง   เพื่อไม่ให้ทิ้งขยะได้  เรื่องนี้ทางเทศบาจะส่งเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ  หากพบว่ามีการกระทำที่นำแผ่นไม้หรือฟิวเจอร์บอร์ดมาปิดเพื่อป้องกันกลิ่นเท่านั้นก็ไม่เป็นปัญหา  แต่หากทำไปเพื่อป้องกันการทิ้งขยะจากผู้อื่น   ทางเทศบาลจะได้เข้าไปดำเนินการพูดคุยกับผู้ที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก่อนครั้งแรก   แต่หากพบว่ายังมีการฝ่าฝืนอีก  ทางเทศบาลจะดำเนินการตามกฎหมายทันที.